วิกฤตภัยแล้ง ทำน้ำประปาเค็ม กระทบกลุ่มเสี่ยง “ความดัน-ไต-หัวใจ”

แชร์ข่าวนี้

ผู้เชี่ยวชาญน้ำประปา เผยสถานการณ์ภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ค่าความเค็มเกินมาตรฐานของน้ำดิบที่จะมาผลิตน้ำประปา และอาจส่งอันตรายต่อสุขภาพกลุ่มเสี่ยง โรคความดัน โรคไต และหัวใจ/ล่าสุดประชาชนบางส่วนเริ่มสัมผัสถึงรสชาติน้ำที่เปลี่ยนไป

มื่อวันที่ (3 ม.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ชุมชนบ้านไม้ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ใกล้กับสำนักงานใหญ่การประปานครหลวง ชาวบ้าน ระบุว่า รู้สึกได้ว่ารสชาติของน้ำเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ โดยมีรสชาติกร่อยและเค็มเล็กน้อย เวลาแปรงฟัน บางบ้านบอกว่าใช้น้ำประปามาผ่านเครื่องกรองน้ำเพื่อดื่มกินตามปกติ ตอนแรกคิดว่าเครื่องกรองน้ำตัวเองเสีย เพราะรู้สึกได้ว่าน้ำมีรสชาติกร่อย แต่พอได้สัมผัสน้ำประปาจริงๆจึงได้รู้ว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากเครื่องกรองน้ำ ส่วนเรื่องกลิ่นชาวบ้านบางคนระบุว่าช่วงนี้ได้กลิ่นคล้ายคลอรีนรุนแรงมาก ไม่แน่ใจว่าเกิดจากกระบวนการผลิตน้ำประปาหรือไม่

ชาวชุมชนบ้านไม้เขตหลักสี่ ระบุด้วยว่า รู้สึกกังวลว่ารสชาติน้ำที่เปลี่ยนไปจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างการประปานครหลวงเข้ามาดูแลคุณภาพน้ำให้ดีกว่านี้

ด้าน นาย ชัยวัฒน์ วรพิบูลพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญการประปานครหลวง ระดับ 10 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เตือนระดับความเค็มของน้ำประปา ที่มีความเค็ม สูงกว่าปกติถึง 5-10 เท่าตัว จากเกณฑ์ปกติ โดยระบุว่า มีคุณหมอฝากเตือนมาว่า การใช้น้ำที่มีความเค็มสูงกว่าปกตินี้ อาจกระทบกับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วย ประเภท โรคไต หัวใจ สมอง ความดันโลหิตสูง ซึ่งประชาชนจะสัมผัสได้ถึงรสชาติน้ำประปาที่เปลี่ยนไปในช่วงนี้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจากสถานการณ์ภัยแล้งในปัจจุบัน จะทำให้สถานการณ์ความเค็มในน้ำดิบ และน้ำประปาได้ถึงเดือนพฤษภาคม 2563

โดยนายชัยวัฒน์ ระบุต่อว่า ปีนี้ น้ำในเขื่อน เหลือน้อย มากกกกกก  ยิ่งกว่า ปีไหน ๆ กรมชลฯ ว่า เลวร้าย สุด ในรอบ 60 ปี เมื่อวานนี้ (2 ม.ค.63) ซึ่งเป็นวันขึ้น 8 ค่ำ อิทธิพล น้ำทะเลหนุน มีน้อย แต่ระดับความเค็มของน้ำยังขึ้นสูง บ่งชี้ว่า สถานการณ์น้ำเหนือเขื่อน วิกฤตจริง จึง ไม่อาจ ปล่อยน้ำ ผลักดัน ความเค็ม ให้มากกว่านี้

 

ขณะที่ ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. เผยรายงานความเค็มสูงสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา วานนี้ (2 ม.ค.63) ที่ สถานีสูบน้ำ แจงร้อน มีค่าความเค็ม 10.8 กรัม/ลิตร, ที่สถานีสูบน้ำ ดาวคะนอง มีค่าความเค็ม 9.9 กรัม/ลิตร, ที่สถานีสูบน้ำ บางกอกใหญ่ มีค่าความเค็ม 6.4 กรัม/ลิตร, ที่สถานีสูบน้ำเทเวศร์ มีค่าความเค็ม 8.0 กรัม/ลิตร และที่สถานีสูบน้ำบางเขนใหม่ มีค่าความเค็ม 5.3 กรัมต่อลิตร ซึ่งตามมาตรฐานแล้ว ค่าความเค็มเกิน 1.2 กรัม/ ลิตร จะต้องระมัดระวังในการใช้กับพืชทั่วไป

สำหรับตัวเลขความเค็มสูงสุดของแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อเปรียบเทียบกับ เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ยังพบด้วยว่า ค่าความเค็มเพิ่มขึ้น โดยวันที่ 1 มกราคม ที่ สถานีสูบน้ำ แจงร้อน มีค่าความเค็ม 10.5 กรัม/ลิตร, ที่สถานีสูบน้ำ ดาวคะนอง มีค่าความเค็ม  9.7 กรัม/ลิตร, ที่สถานีสูบน้ำ บางกอกใหญ่ มีค่าความเค็ม  7.1 กรัม/ลิตร, ที่สถานีสูบน้ำเทเวศร์ มีค่าความเค็ม 9.2 กรัม/ลิตร  และที่สถานีสูบน้ำบางเขนใหม่ มีค่าความเค็ม 5.3 กรัมต่อลิตร


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *