TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE CAMP 2020 “กิจกรรม…ที่ทำให้คนทำงานเป็น”

แชร์ข่าวนี้

                       เมื่อเร็วๆนี้ที่วังรี รีสอร์ท จังหวัดนครนายก ในการจัด “กิจกรรมTO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE CAMP 2020” นายแพทย์ชิโนรส ลี้สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต  ในฐานะเลขานุการโครงการ TO BE NUMBER ONE กล่าวว่า TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE CAMP 2020 เป็นการเข้าค่ายเพื่อเรียนรู้ด้านทักษะการเต้น, ทักษะและเทคนิคการนำเสนอและพัฒนา EQ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE CAMP 2020 รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่ได้นำการเต้นมาเป็นตัวช่วยเพื่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้กับเด็กและเยาวชน การที่ทุกคนได้มาเข้าค่ายในครั้งนี้ เพราะพระเมตตาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ ที่ทรงให้โอกาสกับเด็กและเยาวชนได้เติมเต็มความฝัน ได้พัฒนาทักษะการเต้นที่ทุกคนชื่นชอบ ด้วยวิทยากรที่เก่งเป็นมืออาชีพ  ขณะเดียวกันกรมสุขภาพจิตในฐานะเลขานุการโครงการ TO BE NUMBER ONE ก็เสริมในเรื่องการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ในด้านต่างๆ เช่น การควบคุมตนเอง การทำงานเป็นทีม การจัดการกับปัญหาในแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม

                       ทุกกิจกรรมในค่ายตลอด 3 วัน จะเป็นประโยชน์ เป็นประสบการณ์ที่ดี ขอให้ทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ  ขององค์ประธานโครงการและตั้งใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด สิ่งสำคัญที่เป็นความคาดหวังของโครงการและอยากจะขอความร่วมมือ คือเมื่อทุกคนเป็น TO BE NUMBER ONE ที่มีโอกาสได้รับพลังบวก ได้ดึงความสามารถออกมาแปลงเป็นพลังสร้างสรรค์อย่างที่เป็นอยู่แล้วนี้ ขอให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่สมาชิก TO BE NUMBER ONE ที่ดี ประพฤติตนเป็นแบบอย่าง เสียสละ สร้างประโยชน์ให้สังคม เพื่อให้สังคมของเราปลอดภัยจากยาเสพติด ขอให้ทุกคนได้รับประโยชน์ สนุกและมีความสุขกับการมาเข้าค่ายครั้งนี้

                       หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ ที่ปรึกษาโครงการ TO BE NUMBER ONE และประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า เมื่อก่อนการแข่งขัน TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE จะดูจากวีดีโอจากเพลงต่างประเทศที่มีการเต้นประกอบ ทุกคนจึงสามารถหยิบจับอะไรมาใช้ก็ได้ในการแข่งขัน  จึงเกิดการเลือกเพลงเดียวกัน ท่าเต้นเหมือนกัน ทำให้มีการต่อว่าต่อขานกัน แล้วไม่ยอมกัน ทางโครงการจึงหาทางแก้ไขปัญหาด้วยการจัดค่าย TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE CAMP ขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้มาอยู่รวมกัน ได้ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ทำให้ทุกคนเกิดการเรียนรู้ การปรับตัว ยอมรับในความเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง พอประกาศผลผู้ชนะทีมที่ 2 ทีมที่ 1 จึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะทุกคนอยู่ร่วมกันมาแล้ว เห็นกันมาแล้ว รู้เชิงกันแล้ว  ก็สามารถเดากันได้ว่าใครจะชนะ  คุณครู     ที่สอนก็ยอมรับ ซึ่งแต่ละทีม มีจุดดี จุดแข็ง จุดอ่อนที่สามารถนำกลับไปพัฒนาทีมให้ดีขึ้นได้

ในวันที่เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ  ขอให้พวกเรายินดีกับเพื่อนที่ชนะไม่ว่าเราจะได้ที่เท่าไหร่ หรือใครที่ไม่ชนะ ทุกคนก็ยังเป็นเพื่อนกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องสำหรับโครงการ TO BE NUMBER ONE พวกเราต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน ที่รักกัน ดูแลกันและกัน ความเป็นหนึ่งไม่ใช่แค่เรื่องยาเสพติด แต่ทุกคนต้องมีความเป็นหนึ่งในฐานะสมาชิก TO BE NUMBER ONE ไม่ว่าเราจะเป็น DANCERCISE หรือเป็น IDOL แต่เรามีสัญลักษณ์ TO BE NUMBER ONE ร่วมกันที่ต้องรักษาไว้  เราจะเติบโตไปพร้อมกัน ทั้งด้านการเรียนและทักษะที่เพิ่มเติมมาในสิ่งที่ชอบ ที่สำคัญอย่าทิ้งการเรียน ดังคำที่ว่า “การเรียนทำให้คนมีงานทำ แต่กิจกรรมทำให้คนทำงานเป็น”

                       น.ส.นิรชา บุญพามา “ใบเฟิร์น” สาวน้อยวัย 17 ปี  หนึ่งในสมาชิกทีม S.P.T. Dance โรงเรียนสตรีพัทลุง จ.พัทลุง ตัวแทนรุ่น TEENAGE เล่าว่า ตนเองเป็นสมาชิก TO BE NUMBER ONE มาตั้งแต่เรียนชั้น ม. 3 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 4 ปี  ตนเองเป็นคนที่ชื่นชอบและสนใจด้านการเต้นอยู่แล้ว และได้เห็นว่ารุ่นพี่ที่เป็นสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONEของโรงเรียน ได้ไปเต้นไปออกงานตามที่ต่างๆ จึงมาสมัครเข้าชมรมบ้าง ตอนฝึกเต้นครั้งแรกยังเป็นน้องใหม่ไม่มีประสบการณ์หรือพื้นฐานการเต้นมาก่อน แต่ได้คำแนะนำจากครูที่ฝึกสอนบอกว่าเราต้องมีความพยายาม หมั่นฝึกฝน รุ่นพี่ๆฝึกห้า ตัวเราต้องฝึกสิบถึงสิบห้า เพื่อให้สามารถตามทีมได้ทัน จนปัจจุบันสามารถพัฒนาและได้เข้าแข่งขันทุกรายการของชมรม TO BE NUMBER ONE

การได้มาเข้าค่าย TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE CAMP 2020ในครั้งนี้ ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะการเต้นเพิ่มมากขึ้น จะนำความรู้ที่ได้จากการเรียนเต้นและเทคนิคต่างๆจากค่ายไปใช้พัฒนาฝึกฝนตนเองและกลับไปสอนน้องๆในทีม  เพราะเราเป็นทีมโรงเรียนต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสไปเรียนตามสถาบันสอนเต้นต่างๆ อยากบอกว่าโครงการ TO BE NUMBER ONE ให้สิ่งดีๆกับตนเองและเพื่อนๆมากมาย เพราะการเรียนรู้ต่างๆไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  อยากบอกทุกคนว่า เมื่อโอกาสมาถึง ควรคว้าเอาไว้ ขอเพียงมีใจรักในการเต้นแค่เปิดโอกาสให้ตนเอง เข้ามาพัฒนาศักยภาพและฝึกฝนตนเองร่วมกันกับพวกเราชาว TO BE NUMBER ONE

                       ด.ช.กันตินันท์ อภัยสุวรรณ “น้องยีน” วัย 12 ปี  หนึ่งในสมาชิกทีม GEN -9 โรงเรียนดนตรียามาฮ่า ลำปาง จ.ลำปาง ตัวแทนรุ่น PRE-TEENAGE เล่าว่า เป็นสมาชิกในโครงการ TO BE NUMBER ONE มาแล้ว 5 ปี  เริ่มแรกที่เข้ามาเต้นนอกจากจะเป็นคนที่ชอบการเต้นแล้ว การเต้นยังช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ป่วยน้อยลง กระทั่งต่อมาได้พัฒนาการเต้นเป็นทีม  ประโยชน์ของการเต้นสำหรับตนเองนอกจากได้เรียนรู้ทักษะการเต้นที่ดีได้เปิดโลกให้กว้างขึ้นแล้ว ยังได้ครอบครัวพี่น้องเพิ่มขึ้น ทำให้ได้ฝึกฝนความสามัคคี รู้จักความรับผิดชอบ รู้จักแบ่งเวลาเรียนและเวลาฝึกซ้อม

ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มาเข้าค่าย คาดหวังว่าจะได้ประสบการณ์และเทคนิคการเต้นในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อนำกลับไปพัฒนาทีมในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศได้  นอกจากเวทีการแข่งขันเต้นของ TO BE NUMBER ONE แล้ว ตนเองและทีมยังได้มีโอกาสต่อยอดไปแข่งขันในเวทีอื่นๆเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกด้วย เช่น เวทีประกวดเต้น Seacon Street Int’l Challenge ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้รับรางวัลใดๆกลับมา แต่ก็ช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับตนเองและเพื่อนๆได้เป็นอย่างดี


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *