กรมวิทย์ฯ ประชุมเครือข่ายห้องแล็บฯ พัฒนาแนวทางการตรวจวินิจฉัยไวรัสโคโรนา 2019

แชร์ข่าวนี้

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ประชุมห้องปฏิบัติการภาครัฐและภาคเอกชนชี้แจงแนวทางการพัฒนาเครือข่ายการตรวจวินิจฉัยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่เกิดขึ้น ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค และการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานโลก บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งภาครัฐ และเอกชน สามารถวินิจฉัย รักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อ และลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เป็นไปตามหลักการขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ คือ คัดกรองรวดเร็ว (Early detection) ตรวจวินิจฉัยรวดเร็ว (Early Dianosis) รักษารวดเร็ว (Early Treatment) และควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว ( Early Containment) มีการบูรณาการการทำงานจากบุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งทหาร ตำรวจ ช่วยให้การคัดกรองมีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นแม่ข่ายห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ของกระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยโรดังกล่าว ทั้งส่วนกลาง คือ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขและส่วนภูมิภาคที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อปอดอักเสบจากโคโรนาไวรัส 2019 ในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง ไม่จำเป็นต้องส่งมายังส่วนกลางทั้งหมด โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะดูระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการให้ผลตรวจเชื่อถือได้ แม่นยำ รวดเร็ว เป็นมาตรฐานเดียวกัน คาดว่าจะสามารถรองรับจำนวนตัวอย่างที่ต้องตรวจเฝ้าระวังได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้หากผลการตรวจเฝ้าระวังจากห้องปฏิบัติการเครือข่าย พบว่ามีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะส่งมาตรวจยืนยันที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และจากคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกัน และขณะนี้ได้พัฒนาห้องปฏิบัติการรับรองเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี นายแพทย์สมฤกษ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับวัตถุประสงค์ของการเชิญเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการภาครัฐและเอกชนที่มีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือ สถานที่ จำนวน 22 แห่ง และห้องปฏิบัติการเครือข่ายและระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) อีกจำนวนกว่า 140 แห่ง เข้าร่วมการประชุมด้วยก็เพื่อรับฟังแนวทางการพัฒนาเครือข่ายการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และรับทราบบทบาทของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งห้องปฏิบัติการใดที่มีความเหมาะสมที่จะร่วมตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็พร้อมจะให้การสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชน นายแพทย์สมฤกษ์กล่าว


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *