สธ. – กรมการขนส่ง – สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ร่วมมือตรวจสภาพรถยนต์ราชการ ลดมลพิษ ลดฝุ่น PM 2.5

แชร์ข่าวนี้

กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรม “กระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายร่วมใจ ตรวจสภาพรถยนต์    รณรงค์ลดปริมาณฝุ่น PM 2.5” ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ฯ เพื่อลดมลพิษ ลดแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์ 2563) นายธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรม “กระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายร่วมใจ ตรวจสภาพรถยนต์   รณรงค์ลดปริมาณฝุ่น PM 2.5” ณ บริเวณที่จอดรถด้านข้างพิพิธภัณฑ์ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ได้กำหนด 12 มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น  PM 2.5  ซึ่งหนึ่งในมาตรการนั้น คือ   ขอความร่วมมือลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงานและรถยนต์ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน      โดยกระทรวงสาธารณสุขในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการดูแลส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี จึงมีนโยบายตามข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาล ช่วยแก้ปัญหามลพิษอากาศของประเทศเพื่อลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในบรรยากาศ และ    ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคจากมลพิษทางอากาศ โดยได้กำหนดมาตรการ 100 เปอร์เซ็นต์ ของรถยนต์ราชการ หน่วยงานส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข ให้ได้รับการตรวจสภาพรถยนต์และผ่านมาตรฐานควันดำ

“ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้รับความร่วมมือจากสมาคมเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่ง      ประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ฯ เปิดโอกาสให้นักศึกษาอาชีวศึกษาร่วมกับทีมจิตอาสา PM 2.5 ออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ พร้อมให้คำแนะนำในการบำรุงรักษารถยนต์ อีกทั้งยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกรมการขนส่งทางบก ร่วมดำเนินกิจกรรม “กระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายร่วมใจ ตรวจสภาพรถยนต์ รณรงค์ลดปริมาณฝุ่น PM2.5” เพื่อลดมลพิษและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุข มีรถยนต์ราชการเครื่องยนต์ดีเซลทั้งสิ้น 420 คัน โดยจะขยายผลการดำเนินงานไปยังหน่วยงานส่วนภูมิภาคในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ ให้เป็นองค์กรต้นแบบรณรงค์ลดฝุ่น PM 2.5 ต่อไป”   ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

ทางด้าน แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร  อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ          ในปี 2563 พบว่า ร้อยละ 72.5 ของฝุ่น PM 2.5 ในเขตกรุงเทพมหานครมาจากการจราจร โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล      ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่จุดระเบิดด้วยการอัดการสันดาปจึงมักไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดเขม่าควันดำหรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะมลพิษที่เกิดจากควันไอเสียรถยนต์ดีเซลรุ่นเก่า และเกิดจากสภาพอุตุนิยมวิทยา อากาศปิด ภาวะลมสงบ การไหลเวียนและถ่ายเทอากาศไม่ดี ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง หมอกควันในบรรยากาศมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น           ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้ ดังนั้น การจัดกิจกรรมในวันนี้ถือเป็นความพยายามที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากแหล่งกำเนิด เพื่อให้รถยนต์ราชการของกระทรวงสาธารณสุข และรถยนต์     ส่วนบุคคลที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ได้ดูแลปรับปรุงสภาพรถยนต์ให้ได้มาตรฐานเพื่อลดการปล่อยฝุ่น PM 2.5 รวมทั้ง สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขหันมาใช้การขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว เพื่อช่วยลดปริมาณ     การเกิดฝุ่น PM 2.5 ซึ่งนับว่าเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *