สาธิต ย้ำ ให้แรงงานนอกระบบจากเกาหลีใต้ รายงานตัว ภายใน 10 มี.ค.​

แชร์ข่าวนี้

 

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ติดตามแรงงานนอกระบบจากเกาหลีใต้ให้มารายงานตัวภายในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ประสานกระทรวงพาณิชย์จัดหาหน้ากากอนามัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มเป็น 7 แสน ชิ้นต่อวัน

​          วันนี้ (9 มีนาคม 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีแรงงานนอกระบบจากเกาหลีใต้ เดินทางกลับประเทศ เมื่อบ่ายวันที่ 7 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ยังไม่ได้เข้ารายงานตัวเพื่อเข้ารับสังเกตอาการ จำนวน 80 คน นั้น เบื้องต้น แรงงานกลุ่มนี้ได้ผ่านการคัดกรอง ตรวจวัดไข้ พบไม่มีไข้ จากด่านควบคุมโรคที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว จึงได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เร่งติดตามแรงงานกลุ่มดังกล่าว เพื่อรายงานตัวที่จังหวัด ขณะนี้ได้มีแรงงานเข้ารายงานตัวแล้วจำนวน 18 คน ส่วนที่เหลือขอให้เข้ามารายงานตัวที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตามภูมิลำเนาหรือพักอาศัยอยู่ ภายในวันที่ 10 มีนาคม 2563 หากไม่มารายงานตัวจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 มาตรา 52 จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

​          “ขอความร่วมมือประชาชนในชุมชน และอสม. หากพบว่ามีแรงงานนอกระบบในชุมชนของท่าน ขอให้แนะนำให้มารายงานตัวที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือช่วยกันแจ้งเบาะแส เพื่อนำทุกคนเข้าสู่ระบบควบคุมป้องกันโรคต่อไป” ดร.สาธิตกล่าว

​          ดร.สาธิตกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ได้ประสานงานกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทำให้ได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น จาก 300,000 ชิ้นต่อวัน เป็น 700,000 ชิ้นต่อวัน ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจะได้รับ 430,000 ชิ้นต่อวัน ส่งให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพละ 30,000 ชิ้นต่อวัน เพื่อนำไปจัดสรรภายในเขตสุขภาพของตนให้เพียงพอกับการใช้งาน ส่วนโรงพยาบาลสังกัดอื่นๆ อาทิ มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลเอกชน จะได้รับ 270,000 ชิ้นต่อวัน ในส่วนพื้นที่ควบคุมโรค (State quarantine) ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จะขอเพิ่มอีก จำนวน 50,000 ชิ้นต่อวัน

        ทั้งนี้ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา มีข้อร้องเรียนมาโดยตลอดถึงการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ที่ผมได้ให้สัมภาษณ์ไป ผมขอยืนยัน ผู้บริหารต้องกระจายให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีระบบควบคุมป้องกันการรั่วไหลที่ดี เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้ประโยชน์และป้องกันตัวเองในทุกระดับ หลังจากที่พวกเราได้พยายามเพิ่มส่วนแบ่งให้เพียงพอกับความต้องการแล้วนั้น ผมจะเข้าไปจัดการเต็มอำนาจที่ผมมี และ หากโรงพยาบาลใดได้รับการจัดสรรแล้วยังไม่เพียงพอ ขอให้แจ้งความประสงค์ไปยังเขตสุขภาพ หรือ โดยตรงได้ที่ เพจ Facebook สาธิต ปิตุเตชะ


แชร์ข่าวนี้