เตือน! ผู้สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงฟันผุ เหงือกอักเสบ มะเร็งช่องปาก สถาบันทันตกรรม แนะ !ปชช.ดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง เนื่องในวันทันตสาธารณสุขโลก

แชร์ข่าวนี้

สถาบันทันตกรรมแนะประชาชนดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง เนื่องในวันทันตสาธารณสุขโลก
พร้อมเตือนผู้สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงฟันผุ เหงือกอักเสบ และมะเร็งช่องปาก

กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรม แนะประชาชนดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง เนื่องในวันทันตสาธารณสุขโลก
พร้อมเตือนผู้สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสี่ยงโรคในช่องปาก ฟันผุ เหงือกอักเสบ และมีโอกาสเป็นโรคมะเร็ง
ช่องปาก

 

 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผย ว่า วันทันตสาธารณสุขโลก ตรงกับวันที่ 20 มีนาคม
ของทุกปี เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักถึงการป้องกันและควบคุมโรคในช่องปาก ทั้งนี้การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน
มีความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงควรดูแลตั้งแต่วัยเด็ก หากพบปัญหาไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะจะส่งผลต่อเนื่องจนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ส่งผลทำให้ปัญหาสุขภาพช่องปากรุนแรงมากขึ้น โดยอาจพบปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อโรค
ในช่องปากและทำให้โรคทางระบบอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน รุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบุคคลในกลุ่มวัยทำงาน
ที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่มีอันตรายต่อสุขภาพมาก โดยอวัยวะส่วนแรกที่ได้รับผลกระทบคือช่องปาก ฟัน เหงือก ผนังแก้ม และเยื่อบุต่าง ๆ คนที่สูบบุหรี่จัดและสูบเป็นประจำ อาการที่พบได้คือเหงือกอักเสบ เหงือกร่น ฟันโยก ฟันผุ และถ้าไม่รักษาจะสูญเสียฟันไปในที่สุด

ด้านทันตแพทย์อำนาจ ลิขิตกุลธนพร ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาช่องปากเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างผลกระทบต่อช่องปาก ได้แก่  การมีกลิ่นปาก  มีคราบสีน้ำตาลดำติดตามเหงือกและฟัน วัสดุอุดฟันมีการเปลี่ยนสี  ลิ้นเป็นฝ้า ความสามารถในการรับรสลดลง นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังมีผลต่อตัวฟันและต่อมน้ำลาย โดยสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่จะจับและสะสม ส่งผลให้กลไกการชะล้างทำความสะอาดช่องปากลดลง มีเศษอาหารตกค้าง โอกาสเป็นโรคฟันผุและโรคเหงือกเพิ่มมากขึ้น และพบว่าผู้สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งในช่องปากมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มีผลเสียต่อสุขภาพ จึงควรลด ละ เลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์ และเข้ารับการรักษาโรคเหงือกและฟัน รวมทั้งรักษาอนามัยช่องปาก ทั้งนี้ในวันทันตสาธารณสุขโลกปีนี้ แนะนำให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของตนเองเป็นกิจวัตร โดยแปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธี แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เวลาเช้าและเย็น หรือหลังรับประทานอาหาร เลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ หลีกเลี่ยงการรับประทานขนมจุบจิบและเครื่องดื่มที่มีรสหวาน รวมทั้งพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพปากและฟัน
ที่แข็งแรง


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *