อธิบดีน้ำบาดาลให้กำลังใจหน่วยเจาะบ่อน้ำบาดาล เร่งรัดภารกิจจัดหาน้ำแก้ภัยแล้งให้ชาวบ้าน พร้อมเตือนให้ระวังไวรัสโควิด

แชร์ข่าวนี้

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจหน่วยเจาะบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ชัยนาท และลพบุรี โดยได้ตรวจติดตามการเจาะบ่อน้ำบาดาล โครงการเจาะบ่อน้ำบาดาลเสริมให้กับแหล่งน้ำดิบเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลอนุมัติงบกลางให้ดำเนินการเจาะบ่อน้ำบาดาล   ในพื้นที่ 34 จังหวัด รวม 704 แห่ง ปัจจุบันเจาะบ่อน้ำบาดาลเสร็จแล้ว จำนวน 220 บ่อ และคาดว่าโครงการฯ จะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2563 ซึ่งจะได้ปริมาณน้ำรวม 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และมีประชาชนได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 110,600 ครัวเรือน

การเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจหน่วยเจาะบ่อน้ำบาดาลครั้งนี้ รวม 5 แห่ง ได้แก่ 1) บ้านสระเตย หมู่ที่ 1 ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี 2) บ้านมะขามเฒ่า หมู่ที่ 5 ตำบลหัวนา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี 3) วัดนิคมลำนารายณ์ ตำบลลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี 4) บ้านโป่งใต้ หมู่ที่ 6 ตำบลซับจำปาอำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี และ 5) หมู่ที่ 4 ตำบลนายาว อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี  โดยมีนายวิทยา มีนิสัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 สุพรรณบุรี และนายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 3 สระบุรี รอให้การต้อนรับ พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยเจาะบ่อน้ำบาดาล ซึ่งนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยเจาะบ่อน้ำบาดาล พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยเจาะ และเน้นย้ำว่า ภารกิจการจัดหาน้ำบาดาลเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้แก่ชาวบ้านเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ เพราะหากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลไม่สามารถเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ได้ทันในช่วงฤดูแล้งนี้ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว น้ำบาดาลก็จะหมดความสำคัญ และไม่มีใครสนใจที่จะนำน้ำบาดาลไปใช้ประโยชน์ จึงขอให้เจ้าหน้าที่หน่วยเจาะทุกคนเร่งรัดการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ละเลยการดูแลตนเองด้วย เนื่องจากช่วงนี้ยังมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงให้เจ้าหน้าที่หน่วยเจาะทุกคนช่วยกันสังเกตเพื่อนร่วมงานและดูแลกันเป็นพิเศษด้วย

จากนั้น อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เดินทางไปตรวจติดตามโครงการศึกษาเทคนิคการเจาะและก่อสร้างบ่อน้ำบาดาลขนาดใหญ่ (Riverbank Filtration หรือ RBF) ที่บ้านธัญญอุดม หมู่ 6 ตำบลหาด  ท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นโครงการที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้นำแนวคิดจากผลการศึกษามาพัฒนาเพื่อต่อยอดระบบการสูบน้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดินที่ผ่านการกรองจากธรรมชาติ ที่เรียกว่า Riverbank Filtration หรือ RBF เป็นระบบสูบน้ำผสมผสานระหว่างน้ำบาดาลและน้ำผิวดินที่ซึมผ่านชั้นกรวดทรายตามชายฝั่งแม่น้ำ ทำให้น้ำที่ได้เป็นน้ำสะอาดและมีคุณภาพดี ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตน้ำประปาสำหรับการอุปโภคบริโภค และสามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ในปริมาณที่มากกว่าบ่อน้ำบาดาลโดยปกติไม่น้อยกว่า 20 เท่าตัว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำสะอาดของประชาชน

 


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *