ปลัด สธ. กำชับ สงกรานต์กตัญญูไม่นำโควิด-19 ไปติดญาติผู้ใหญ่ เร่งค้นหาผู้ป่วยรายใหม่เชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง

แชร์ข่าวนี้

 กระทรวงสาธารณสุขกำชับประชาชนงดจัดงานเทศกาลสงกรานต์ แสดงความกตัญญูแบบมีระยะห่างป้องกันนำเชื้อโควิด-19 ญาติผู้ใหญ่ในบ้าน  พร้อมเร่งทำการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่เชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง นำเข้าระบบ ป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง

          วันนี้ (13 เมษายน 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แม้ว่าช่วงนี้ สถานการณ์โรคโควิด-19  ของประเทศไทยจะดูดีขึ้น เมื่อเทียบกับระยะที่ผ่านมา แต่ประชาชนคนไทยยังต้องช่วยกันอีกสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ รัฐบาลได้ขอความร่วมมือประชาชนงดจัดงานฉลองช่วงเทศกาล งดการรวมกลุ่ม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเทศกาลสงกรานต์ในปีที่ผ่านมา คนไทยส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อแสดงความเคารพ รดน้ำดำหัว ขอพรต่อพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ ในปีนี้สถานการณ์ไม่เหมือนที่ผ่านๆ มา ดังนั้นแสดงความกตัญญูกตเวทีแก่ผู้ใหญ่และแสดงความรักต่อคนในครอบครัว เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุขแนะนำประชาชนยังคงปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐอย่างเคร่งครัด อาทิ งดการเดินทาง งดการฉลองสงกรานต์ งดการสังสรรค์เป็นกลุ่ม งดเล่นสาดน้ำ รักษาระยะห่าง หากขอพรญาติผู้ใหญ่แนะให้ขอพรออนไลน์ หากอยู่บ้านเดียวกัน ให้เว้นระยะห่าง 1- 2 เมตร ไม่อยู่ใกล้ชิดกับญาติผู้ใหญ่โดยไม่จำเป็น     ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังสมาชิกในครอบครัวและผู้ใกล้ชิด

           นายแพทย์สุขุมกล่าวต่อว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขอประชาชนอย่าเพิ่งวางใจว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว จนออกไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อโรคได้ การที่จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงส่วนหนึ่งมาจากมาตรการของภาครัฐที่มีการประกาศใช้ พรก.ภาวะฉุกเฉิน ปิดพื้นที่เสี่ยง ยกเลิกเที่ยวบินจากต่างประเทศ และการนำคนไทยจากต่างประเทศเข้า State Quarantine ทุกคน เมื่อป่วยนำเข้าระบบการรักษาทันทีพร้อมติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดได้ ทำให้ตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค หากมีการนำเชื้อโรคเข้ามาด้วย

            อย่างไรก็ตามสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขได้ทำควบคู่กันไปคือการค้นหาเชิงรุก (Active case finding) ในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยจำนวนมากเพิ่มเติมจากระบบเฝ้าระวังปกติ เช่น ในกรุงเทพมหานคร ชลบุรี กระบี่ ภูเก็ต นนทบุรี เป็นต้น ทำให้ ค้นพบผู้ป่วยรายใหม่นำมาเข้าระบบและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดได้อย่างรวดเร็ว  ป้องกันการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง เช่นเดียวกับกรณีที่สนามมวย และสถานบันเทิง


แชร์ข่าวนี้