กรมอนามัย แนะ ใช้หลัก 5 ล. ลดเสี่ยงการบริโภคน้ำ ช่วยเลี่ยงโควิด-19

แชร์ข่าวนี้

                        กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนใช้หลัก 5 ล. เลือก ล้าง ลด เลี่ยง และเลิก สำหรับการบริโภคน้ำในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างสุขอนามัยที่ดี ป้องกันเชื้อโควิด-19

                        นายแพทย์ดนัย  ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยได้จัดทำคำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการสุขาภิบาลน้ำบริโภคในชีวิตประจำวันของประชาชน ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด-19เนื่องจากเชื้อจะสามารถอยู่บนพื้นผิวได้หลายชั่วโมงจนถึงหลายวันตามชนิดพื้นผิว เช่น อลูมิเนียม 2 – 8 ชั่วโมง  เหล็ก สแตนเลส 2 วัน แก้ว 4 วัน และพลาสติก 5 วัน ซึ่งวัสดุดังกล่าวมักนิยมนำมาใช้ผลิตเป็นภาชนะบรรจุ น้ำดื่ม เช่น ถังน้ำพลาสติก ถังน้ำสแตนเลส แก้วน้ำ เป็นต้น หากไม่มีการทำความสะอาดหรือ ใช้ภาชนะเหล่านี้ร่วมกันอาจทำให้เชื้อโควิด-19 ปนเปื้อนตามภาชนะดังกล่าวและทำให้ติดต่อไปยังผู้อื่นได้ ดังนั้นจึงต้องมี  แนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับประชาชนเพื่อจัดการสุขาภิบาลน้ำบริโภคในครัวเรือนอย่างเหมาะสม และปลอดภัย

“ทั้งนี้ วิธีการปฏิบัติที่แนะนำคือให้ยึดหลัก 5 ล. ได้แก่

1) ล. เลือก ให้เลือกน้ำดื่มที่สะอาด ได้แก่ น้ำดื่มบรรจุขวดที่มีเครื่องหมาย อย.  น้ำประปาใส มีกลิ่นคลอรีนอ่อน ๆ และน้ำจากตู้น้ำหยอดเหรียญ ที่มีสภาพตู้สะอาด มีการเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดเวลา

2) ล. ล้าง ต้องล้างภาชนะที่ใช้บรรจุหรือใช้ดื่มน้ำ   ให้สะอาดทุกครั้งทั้งภายนอกและภายใน และหลังจากการล้างควรทำการฆ่าเชื้อโรคด้วยการต้มในน้ำเดือด หรือแช่ในน้ำคลอรีน 100 มิลลิกรัมต่อลิตร นาน 2 นาที หรือ 200 มิลลิกรัมต่อลิตร นาน 1 นาที  

3) ล. ลด ให้ลดการสัมผัสจุดที่สัมผัสน้ำ เช่น ก๊อกน้ำดื่ม พื้นผิวภายในภาชนะ แต่หากจำเป็นต้องสัมผัสในกรณีของการเปลี่ยนถังน้ำ เปลี่ยนไส้กรอง ควรล้างมือให้สะอาดหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ และเมื่อต้องรอกดน้ำจากตู้น้ำดื่ม ควรลดความใกล้ชิดโดยเว้นระยะห่างจากผู้อื่น อย่างน้อย 1-2 เมตร

4) ล. เลี่ยง ให้เลี่ยงการใช้บริการน้ำดื่มร่วมกัน ควรเตรียมน้ำดื่มใส่ภาชนะบรรจุเฉพาะตนเอง และเลี่ยงความสับสน โดยทำสัญลักษณ์หรือเขียนชื่อ  บนภาชนะน้ำดื่มของตนเองไม่ให้ปะปนกับผู้อื่น และ 5) ล. เลิก ต้องเลิกใช้ภาชนะดื่มน้ำร่วมกัน เช่น        แก้ว จอก ขัน ควรแยกใช้ส่วนตัวหรือแบบใช้ครั้งเดียว นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำบริโภค       หากมีอาการไข้ น้ำมูก ไอ จาม และควรหยุดปฏิบัติงานและไปพบแพทย์” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *