ลดลงเรื่อยๆแต่อย่าพึ่งวางใจ!ไทยป่วยโควิดรายใหม่อีก13คนสะสม2,839ตายเพิ่ม1รวม50

แชร์ข่าวนี้

ศบค. แถลง ผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง ไทยป่วยโควิดใหม่อีก 13 ราย สะสม 2,839 ราย – ตายเพิ่มอีก 1 ราย รวม 50 ศพ – รักษาหายดี 2,430 ราย

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 23 เม.ย. 63 ว่า สถานการณ์ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่อันดับที่ 56 ของโลก พบผู้ป่วยใหม่ 13 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2,430 คน รักษาตัวที่โรงพยาบาล 359 คน พบผู้ป่วยสะสม 2,839 คน เสียชีวิตรวม 50 คน โดยรายที่ 50 เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 78 ปี มีโรคประจำตัวคือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งหลายโรงพยาบาลมีการตรวจเพิ่มมากขึ้นกับบุคคลที่มีความเสี่ยง โดยทางจังหวัดภูเก็ตมีการค้นหาเชิงรุกกับกลุ่มที่สงสัย

 

ด้านมาตรการเคอร์ฟิวพบผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหะสถานหลังเวลา 22.00-04.00 น. 617 คดี และพบการชุมนุมมั่วสุม 106 คดี ซึ่งจะมีการเพิ่มสายตรวจเพื่อเข้าไปดูแล ส่วนเรื่องพาคนไทยที่อยู่ที่ต่างประเทศกลับมายังประเทศไทย ในวันนี้จะมีคนเดินทางจากประเทศตุรกี 55 คน ประเทศมาเลเซีย 144 คน และในวันพรุ่งนี้ (24เม.ย.) จะมีเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น 31 คน และประเทศอินเดีย 171 คน ซึ่งจากประเทศอินเดียจะมีพระ 104 รูปรวมถึงแม่ชีและผู้ปฏิบัติธรรมกลับมาด้วย ซึ่งเรื่องการให้พระกักตัว 14 วันนั้นได้คุยกับทางมหาเถรสมาคมแล้วเพื่อให้พระอยู่ในที่กักกันตัว

ทั้งนี้เรื่องหน้ากากอนามัยทางกระทรวงสาธารณสุขจัดส่งไปแล้วกว่า 1,209,000 ชิ้น ทางกระทรวงมหาดไทยจัดส่งไปแล้วกว่า 959,500 ชิ้น และชุด PPE จัดส่งไปแล้วกว่า 60,000 ชุด

 

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่จังหวัดสงขลาติดเชื้อโควิด-19 ว่า ในตอนนี้
มีการกักตัวไปแล้ว 49 คน อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 93 รวมทั้งหมด 142 คน ซึ่งจะต้องสอบสวนโรคว่าต้นเหตุมาจากไหน เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้แพร่กระจาย เนื่องจากด่านสะเดา ติดเขตชายแดนทั้งประเทศมาเลเซียและประเทศไทย โดยเบื้องต้นได้มีการสั่งปิดด่านสะเดาไปก่อน 7 วัน เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อซึ่งให้เปลี่ยนไปใช้ด่านประดังเบซาร์แทน

อย่างไรก็ตามเข้าใจดีว่าประชาชนต้องการที่จะเดินทางที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศจำนวนมาก แต่ต้องดูความสามารถในการจัดพื้นที่กักกัน โดยขณะนี้ยังมีคนไทยในประเทศมาเลเซียจำนวนมากที่เดินทางกลับ จึงขออย่ากังวลหากยังไม่ได้เดินทางกลับมาซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีการส่งเครื่องยังชีพและอาหารเข้าไปช่วยเหลือ โดยสามารถติดต่อกับสถานกงสุลประเทศไทยในมาเลเซียได้ทันที

ส่วนการลดด่านเคอร์ฟิวจะไม่มีผลกับการติดเชื้อเพราะเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มสายตรวจในชุมชนแทนเช่นเดียวกับการเดินทางที่ขณะนี้คนเริ่มกลับมาทำงานจะทำให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้ แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองซึ่งการใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ ยังสามารถป้องกันได้อยู่

ทั้งนี้ โฆษก ศบค. ย้ำยังไม่มีการผ่อนคลายหรือปลดล็อกในวันที่ 1 พ.ค. ตามที่มีการแชร์ข่าวในโซเชียล ทุกอย่างต้องรอมติคณะรัฐมนตรี แต่ข่าวที่ออกมาเป็นเพียงความเห็นทางวิชาการของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความเห็นว่ามีแนวโน้ม

ทั้งนี้นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่า ในสองวันนี้จะเป็นวันสำคัญทางศาสนาของอิสลาม ซึ่งถือว่ามีความสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องของการระวังตัวในการที่จะติดโรคเพียงอย่างเดียวและสิ่งสำคัญที่สุด คือหลักคำสอนทางศาสนา สามารถนำมาใช้ในภาวะวิกฤตอย่างนี้ได้อย่างดี ในทุกๆ ศาสนาสอน ขอให้เอามาใช้ในช่วงเวลาต่างๆ เหล่านี้ แม้สังคมจะร้อนกายอยู่ในตอนนี้ แค่ใจเราสงบ เพราะใจเป็นนายกายเป็นบ่าว ถ้าใจของเราดีกายของเราก็จะดีด้วยเช่นกัน


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *