ลดโทษ “จ่าจำปา” ปะทะคารมผู้ว่าฯ ตรัง เหลือขัง 7 วัน กำหนดปล่อยวันนี้

แชร์ข่าวนี้

จากกรณี จ.ส.อ.พีรศักดิ์ จำปา หรือ จ่าจำปา พยายามจะฝ่าด่านตรวจ บนถนน หมู่ 9 ต.หนองบัว อ.รัษฎา จ.ตรัง พื้นที่รอยต่อ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถูกปิดตายสั่งห้ามคนนอกพื้นที่เข้า-ออกเด็ดขาด แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่ให้ผ่าน ทำให้เกิดความโมโหก่อนจะมีการโต้เถียงกับ นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดยภาพหลังจ่าจำปาได้ถูกทางต้นสังกัดลงโทษ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (23 เม.ย.) พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 โมษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพภาคที่ 4 ได้ชี้แจงเหตุผลในการลงโทษกำลังพลพร้อมกำชับดูแลครอบครัว กวดขันวินัยและตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รายละเอียดดังที่ทราบแล้วนั้น ในการนี้คณะกรรมการของกองทัพภาคที่ 4 ได้เข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วยตัวผู้ถูกสั่งลงโทษ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจในวันเกิดเหตุ พยานบุคคลและพยานแวดล้อมอื่นๆ อย่างรอบด้าน

สามารถสรุปได้ว่าถึงแม้พฤติกรรมและการแสดงออกของ จ่าสิบเอกพีรศักดิ์ จำปา จะเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ วินัยทหาร ฐานใช้กิริยาวาจาไม่สมควร และไม่ปฏิบัติตามนโยบาย และคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ได้สั่งการให้ ทหารทุกคนปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติ และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ตามที่ได้ออกประกาศไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาล และส่วนราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนก็จะมีโทษสถานหนัก

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องไปดูแลมารดาซึ่งป่วยหนัก และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ประกอบกับจำสิบเอกพีรศักดิ์ ได้สำนึกผิดว่าได้กระทำผิดวินัยทหารจริง และที่ผ่านมาได้เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ ส่งผลดีต่อทางราชการ และไม่เคยกระทำความผิดวินัยร้ายแรงมาก่อน จึงเป็นเหตุอันควรให้ลดโทษจำขังกำหนด 7 วันตั้งแต่ 17-23 เมษายน 2563 ณ เรือนจำ มทบ. 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

โดยการทบทวนการสั่งลงโทษในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพราะกระแสสังคมมากำหนด แต่เป็นไปตามขั้นตอนของการปกครองบังคับบัญชาตามลำดับชั้นของหน่วยทหาร ที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกำลังพลทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ เพราะวินัยทหารใช้บังคับกับกำลังพลทุกระดับ โดยไม่มีข้อยกเว้น

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาได้ใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสมแล้ว ว่ามีเหตุผลสมควรต่อการลดโทษ สำหรับการดูแลมารดาที่เจ็บป่วยยังคงให้ทีมแพทย์ของหน่วยทหารเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลตามห้วงเวลาให้ดีที่สุด โดยได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับ กวดขันวินัยกำลังพลอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการ นโยบาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล ส่วนราชการและกองทัพบก ในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *