ไทยติดเชื้อโควิดเพิ่ม15คนสะสม2,854-ยอดตายคงที่50ศพ

แชร์ข่าวนี้

ศบค. แถลง ไทยป่วยโควิดรายใหม่อีก 15 คน สะสม 2,854 คน ตายคงที่รวม 50 ศพ – รักษาหาย 2,490 ราย

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 24 เม.ย. 63 ว่า สถานการณ์ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่อันดับที่ 57 ของโลก พบผู้ป่วยใหม่ 15 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2,490 คน ยืนยันผู้ป่วยสะสม 2,854 รักษาอยู่ 314 คน และ เสียชีวิตรวม 50 คน

โดยจังหวัดที่มีเคสการตรวจผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคมากกว่า 1,000 ราย คือจังหวัดกรุงเทพมหานครตรวจไป 11,665 คน จังหวัดยะลา 4,448 คน จังหวัดนนทบุรี 3,630 คน จังหวัดชลบุรี 1,879 คน จังหวัดภูเก็ต 2,163 คน และจังหวัดสมุทรปราการ 1,302 คน ซึ่งในตอนนี้มีการตรวจเพิ่มมากขึ้น โดยการตรวจมีประชาชนเข้ารับการตรวจประมาณ 2,000 คนต่อวัน จะต้องเพิ่มยอดในการตรวจให้มากขึ้น โดยห้องที่ใช้ตรวจปัจจุบันมี 123 แห่ง ซึ่งมาตรการจะต้องมีต่ออย่าให้การ์ดตก

สำหรับคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศวันนี้ มาจากประเทศญี่ปุ่น 31 คน ประเทศอินเดีย 171 คน โดยจะมีพระ 104 รูป ,แม่ชีและผู้ปฏิบัติธรรมกลับมาด้วย และในวันพรุ่งนี้(25เม.ย.) มาจากประเทศอิหร่าน 21 คน และประเทศอินเดียอีก 171 คนโดยจะมีพระ 122 รูป ส่วนด้านมาตราการเคอร์ฟิวได้มีการลดจุดตรวจและเพิ่มสายตรวจโดยพบออกนอกเคหะสถานหลังเวลา 22:00-04:00 น. 482 คดี และชุมนุมมั่วสุมพบ 39 คดี

 

 

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวถึงมาตราการของไทยมีการควบคุมได้ดีเมื่อเทียบกับมาตราการจากต่างประเทศ พบว่า มีการให้ความสำคัญกับชุดข้อมูลที่ได้มีการรายงาน และนำเสนอข้อมูลมาใช้ประโยชน์กับผู้ที่ติดเชื้อ โดยประชาชนรับทราบก็จะเข้าใจกับสถานการณ์และเกิดความร่วมมือกัน ซึ่งข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญรวมถึงระบบบริหารจัดการระดับสูงสุดถึงระดับล่างสุด คือตั้งแต่ศบค.ไปจนถึงระดับจังหวัด และประชาชนที่ให้ความร่วมมืออย่างดี

โดยแนวโน้มการคลายล็อกในแต่ละจังหวัดจะสามารถทำได้เองหรือไม่นั้น นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานศูนย์ฯจะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ส่วนการผ่อนคลายเปิดสถานที่ต่างๆเป็นเรื่องของทางจังหวัดจะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง ซึ่งทางศบค. ได้มีการตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด และคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชน และมีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ทั้งนี้ อสม. ถือเป็นกำลังที่สำคัญ ที่ต้องดูแลตัวเองในพื้นที่โดยกระทรวงสาธารณสุขจะต้องลงไปช่วยออกโปรแกรม โดยเฉพาะเรื่องค่ารักษาพยาบาลการปฏิบัติงานมากกว่า 10 ปี ขึ้นไปจะให้สิทธิ์ต่างๆ ทั้ง ฌาปนกิจสงเคราะห์ การจัดการศพ ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีภาคเอกชนมามอบกรมธรรม์ประกันชีวิตมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงกองทุนเยียวยาให้กับอสม. อีก 10 ล้านบาท เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรสาธารณสุข

 


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *