สธ.เผยมาตรการกักตัวผู้กลับจาก ตปท. 14 วัน ช่วยลดการแพร่เชื้อโควิด 19 ได้ดี

แชร์ข่าวนี้

    กระทรวงสาธารณสุข เผยมาตรการรับคนไทยกลับจากต่างประเทศแล้วกักตัวไว้สังเกตอาการ 14 วัน ในสถานที่ที่รัฐกำหนด หรือ State Quarantine ช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ได้ดี คงมาตรการที่รัฐกำหนดต่อไป หากคัดกรองพบผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อส่งโรงพยาบาลรักษา ไม่ให้หลุดไปแพร่เชื้อในชุมชน ขอความร่วมมือประชาชนยังคงมาตรฐานป้องกันโรค เว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากาก หลังรัฐเริ่มผ่อนปรนมาตรการเพื่อไม่ให้ผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น

      บ่ายวันนี้ (30 เมษายน 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ในประเทศถือว่าควบคุมได้ดี ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่พบผู้ติดเชื้อในชาวต่างชาติที่เข้ามาจากต่างประเทศ แต่ยังมีคนไทยที่ป่วยหรือติดเชื้อในขณะที่ถูกกักตัวใน State Quarantine เป็นเวลา 14 วันภายหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ มาเลเซีย และตุรกี ติดเชื้อรวม 81 ราย

     ดังนั้นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังป้องกันอย่างต่อเนื่องคือ สกัดกั้นการนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศ อย่างไรก็ดี มีประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. ให้ระงับเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศที่จะเข้าในประเทศไทยต่อถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2563 ถือเป็นการลดความเสี่ยงนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศ ส่วนคนไทยที่ลงทะเบียนกับทางสถานทูตไทยและมีใบรับรองแพทย์ ยังทยอยเดินทางกลับมาประเทศไทย และเมื่อมาถึงแล้วต้องเข้าสู่มาตรการกักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนด (State Quarantine) เพื่อสังเกตอาการ 14 วัน โดยจะได้รับการดูแลสุขภาพ วัดไข้ ตรวจหาเชื้อก่อโรคโควิด-19

       นายแพทย์โสภณกล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย หลังรัฐบาลจะผ่อนปรนมาตรการให้ประชาชนเริ่มกลับมาทำกิจกรรม และให้ผู้ประกอบการเริ่มเปิดกิจการได้บ้างในบางกิจการตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 จึงขอให้ทุกคนยังต้องรักษามาตรการป้องกันโรคที่เข้มข้นต่อไป รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่รัฐกำหนด โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.จำนวนคนที่พบปะกันไม่ให้มีจำนวนมากหรือหนาแน่นเกินไป 2. ระยะเวลาที่พูดคุยใกล้ชิดกัน ไม่ควรใช้เวลานานจนเกินไป และ 3.การป้องกันตัวไม่ให้แพร่เชื้อและรับเชื้อ ทั้งการคัดกรองโรค สวมหน้ากาก ล้างมือ กินร้อน ช้อนกลางส่วนตัว หรือแม้กระทั่งการจัดที่นั่งรับประทานในร้านอาหารที่สามารถเปิดได้ ต้องเว้นระยะห่างเพื่อลดความเสี่ยงตามแนวทางที่กำหนด มาตรการเหล่านี้ต้องร่วมมือกันทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อเป็นชีวิตวิถีใหม่ในสังคมที่มีความปลอดภัย

 


แชร์ข่าวนี้