“บำราศนราดูร” สถาบันที่ดูแลผู้ป่วย“โรคโควิด-19”มากที่สุดในประเทศ เผย!! 4 เดือน รับรักษาผู้ป่วย 214 ราย ที่สำคัญบุคคลากรทางการแพทย์ไม่มีการติดเชื้อจากผู้ป่วยแม้แต่รายเดียว

แชร์ข่าวนี้

                         กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขแถลงผลการดำเนินงาน “โรคโควิด-19”ของสถาบันบำราศนราดูร เผย!! 4 เดือน รับรักษาผู้ป่วย“โรคโควิด-19”  214 ราย นับเป็นสถาบันที่ดูแลผู้ป่วยมากที่สุดในประเทศและมีบทบาทเป็นต้นแบบของโรงพยาบาลสำหรับโรคติดเชื้อซึ่งมีส่วนในการกำหนดแนวทางปฏิบัติและแนวทางการรักษาผู้ป่วย“โรคโควิด-19” ที่สำคัญบุคคลากรทางการแพทย์ไม่มีการติดเชื้อจากผู้ป่วยแม้แต่รายเดียว

                         วันนี้ (5 พฤษภาคม 2563) ที่สถาบันบำราศนราดูรนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัยอธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมด้วยนายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร นายแพทย์วิศิษฏ์ ประสิทธิศิริกุล รองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร และนายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร ร่วมแถลงผลการดำเนินงานโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของสถาบันบำราศนราดูร

                         นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวว่า กรมควบคุมโรค เป็นหน่วยงานกลางและเป็นหน่วยงานเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีบทบาทสำคัญในการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพที่คุกคามประชาชนไทยโดยมีสถาบันบำราศนราดูรเป็นหน่วยงานในสังกัดมีหน้าที่ดำเนินการดูแลรักษากลุ่มผู้ป่วยโดยเฉพาะโรคติดต่ออันตราย จนเป็นต้นแบบของโรงพยาบาลเฉพาะโรคติดเชื้อที่มีมาตรฐานสากล และดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทั้งนี้ตามที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา นั้น ประเทศไทย พบผู้ป่วยรายแรกเป็นหญิงชาวจีนอายุ 61 ปี เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 และเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร

                         โดยการระบาดของโรคโควิด-19 ถือว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ในปัจจุบันและเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยทางสถาบันบําราศนราดูร เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่รักษาผู้ป่วยโรคดังกล่าว และหายเป็นปกติเป็นรายแรกของประเทศไทยและได้มีการนำเครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) เครื่องช่วยหายใจ และยาฟาวิพิราเวียร์มาใช้ในกรณีนี้เป็นแห่งแรกด้วย  ซึ่งมีการรักษาผู้ป่วยมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยพบว่ามีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทั้งสิ้น 214 ราย นับว่าเป็นสถาบันที่ดูแลผู้ป่วยมากที่สุดในประเทศ ที่สำคัญไม่มีบุคคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อจากผู้ป่วยโรคโควิด-19

                         ด้านนายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันบําราศนราดูร ได้ทำการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 เป็นไปตามมาตรฐานสากลและผู้ป่วยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยจากการเก็บข้อมูลของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรในช่วงที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อที่เข้ารับการรักษา จำนวน 214 ราย โดยอายุต่ำสุดที่เข้ารับการรักษาคือ อายุ 47 วัน อายุสูงสุด 83 ปี ในเดือนมีนาคม 63 มีผู้ป่วยสูงสุดคือ 124 ราย และวันที่นอนรักษาตัวเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์  ปัจจุบันผู้ป่วยเกือบทั้งหมดรักษาหายเป็นปกติและกลับบ้านแล้ว เหลือเพียง 1 รายที่ยังพักรักษาตัวอยู่ ส่วนผู้เสียชีวิตมีจำนวน 4 ราย (ในจำนวนผู้เสียชีวิตนี้ มี 3 รายอาการรุนแรง ใส่เครื่องช่วยหายใจและนำส่งมาจากโรงพยาบาลอื่น)

                         นอกจากนี้สถาบันบำราศนราดูรยังมีบทบาทสำคัญคือเป็นต้นแบบของโรงพยาบาลสำหรับโรคติดเชื้อ และมีส่วนในการกำหนดแนวทางการปฏิบัติและแนวทางการรักษาโรคโควิด-19 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในช่วงนี้จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ทางสถาบันบำราศนราดูร ยังมีการเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นต่อไป ทั้งในการดูแลรักษาผู้ป่วย บุคคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เพื่อรองรับสถานการณ์หรือจำนวนผู้ป่วยที่อาจเพิ่มขึ้นอีก

 

 

ข้อมูลจาก: สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค

วันที่ 5 พฤษภาคม 2563


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *