นายกฯเมินเคลียร์ใจพปชร.งดตอบประวิตรนั่งหน.-ปัดปรับครม.

แชร์ข่าวนี้

นายกฯ ไม่ยุ่งขัดแย้ง พปชร. บอกเป็นเรื่องระดับพรรคขอคุยกันเองวอนอย่าดรามา ปัดตอบดัน”ประวิตร”นั่งหัวหน้าพรรค ปัดปรับครม. เตรียมชี้แจงพรบ.โอนงบฯต่อสภาสัปดาห์หน้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ 18 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออกเพื่อบีบให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน ว่า ไม่อยากพูดเรื่องการเมือง เพราะเป็นเรื่องระดับพรรคการเมือง ซึ่งจะยุ่งเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาล ในฐานะหัวหน้ารัฐมนตรีและหัวหน้ารัฐบาล ทั้งนี้ ไม่อยากให้นำไปเป็นเรื่องดราม่า ทำให้สมองไม่ว่าง ซึ่งตนเองไม่จำเป็นต้องเรียกใครมาพูดคุย เพราะเป็นเรื่องภายในพรรคก็ให้คุยกันเอง พร้อมยืนยันว่าไม่เกี่ยวโยงกับการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้พิจารณาภาพรวมเอง

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า อยากให้สังคมสนใจในเรื่องที่มีความสำเร็จมากกว่า แม้จะไม่สามารถบังคับให้ใครมารักได้ เพราะต้องมีทั้งคนรักและคนเกลียด แต่ขออย่าเกลียดประเทศ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการหักหัวคิว state quarantine ว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ามีการกระทำเกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงการพูดขึ้นมาลอยๆ พร้อมระบุ ว่า หากตรวจสอบพบจริงก็เป็นการกระทำส่วนบุคคลเพราะไม่มีหน่วยงานใดที่มีนโยบายหักหัวคิว ซึ่งเรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ไม่ละเว้นใคร

ในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวพยายามถาม ย้ำถึง การพยายามผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร นั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ตอบคำถามก่อนจะเดินออกจากแถลงข่าว ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถามต่อว่า จะมีสัญญาณปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีได้ตอบกลับมาเพียงว่า “พูดไปหลายครั้งแล้ว”

เตรียมชี้แจงพรบ.โอนงบฯต่อสภาสัปดาห์หน้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากนี้ จะเตรียมตัวเข้าไปชี้แจง พรบ.โอนงบประมาณฯ ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้าด้วยตนเอง รวมถึงเข้าไปชี้แจง พรบ.งบประมาณประจำปี 2564 ด้วย จึงต้องเข้าไปพบกันในสภาอีกหลายครั้ง

พร้อมขอให้ทุกคนใจเย็นๆอย่าใจร้อน ให้เกียรติซึ่งกันและกันเพราะตนเองก็ใจเย็นที่สุด ให้เกียรติสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขณะเดียวกันขอร้องสื่อ และโซเชียลว่า ไม่อยากให้พื้นที่ในการนำเสนอเรื่องความขัดแย้งมากเกินไป

 

นายกฯ ขออย่าเพิ่งถามถึงวันหยุดชดเชยสงกรานต์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า อย่าเพิ่งถามเรื่องการหยุดชดเชยช่วงสงกรานต์ในตอนนี้ เพราะต้องติดตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ได้มีการผ่อนปรนมาตรการในระยะที่ 3 โดยได้มีการกำชับให้หน่วยงานความมั่นคง กระทรวงสาธารณสุข ท้องถิ่น ดูแลพื้นที่ที่ได้มีการผ่อนผันไปแล้วว่ามีความร่วมมือกันอย่างไร ถึงจะมีแนวทางเพื่อนำไปสู่การผ่อนปรนระยะที่ 4 ได้ในอนาคต ดังนั้น ขออย่าเร่งรัดให้ผ่อนปรนมาตรการในระยะที่ 4 กันนักเลย สิ่งสำคัญต้องยอมรับความสามารถในด้านสาธารณสุขของไทย แพทย์ พยาบาล และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตำรวจ ที่ช่วยกันดูแลกันอย่างเต็มที่ โดยเสียสละ เวลาโดยไม่มีวันหยุดราชการ อีกทั้งยังต้องผลัดเวรกันทำงานทั้งกลางวันกลางคืน ซึ่งสิ่งสำคัญคือความร่วมมือจากประชาชนเพราะคือความปลอดภัยขณะเดียวกันได้มีการผ่อนผันให้มีการประกอบอาชีพที่ได้คำนึงถึงเศรษฐกิจฐานราก ทุกคนจึงต้องรู้จักป้องกันตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดอีกครั้ง จึงขอเตือนผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ดังนั้น ต้องรู้จักรักคนอื่นด้วย นอกจากรักตัวเอง ประเทศไทยจะต้องรวมกันเป็นหนึ่งให้ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถึงแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด 19 จะลดลง และที่ตรวจพบส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศและตรวจพบในสถานที่กักกันของรัฐ แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานต่างๆ ที่ทำมาถือว่าได้ผล ซึ่งถึงแม้จะได้รับความไม่สะดวกสบายบ้างแต่เป็นมาตรการ?ที่จำเป็น อีกทั้งรัฐบาลยังต้องใช้จ่ายงบประมาณจำนวนหนึ่งในการดูแลส่วนนี้

 

นายกฯ เผย ครม.ยังไม่คุยเปิดน่านฟ้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความก้าวหน้าในการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า มีความก้าวหน้าตามลำดับ โดยจะต้องมีการปรึกษากับต่างประเทศว่ามีความก้าวหน้าและมีแนวทางในการปฏิบัติอย่างไร ซึ่งไทยถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีความสามารถสูงในด้านการวิจัย พัฒนายา และ วัคซีน โดยร่วมมือกับภาคเอกชน และต่างประเทศซึ่งคิดว่าจะสามารถแก้ปัญหา รวมกันของคนทั้งโลกได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งไปยินดีกับความสำเร็จนี้ เพราะอยู่ในขั้นตอน จึงขอให้เข้าใจในตรงนี้และอย่านำไปเป็นประเด็น

ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่นจะอนุญาตให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศได้นั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ดีใจและยินดีแต่จะต้องดูมาตรการที่เหมาะสมก่อนว่าจะไปอย่างไรและเราจะนำเชื้อไปแพร่ระบาดในประเทศเขาหรือไม่ซึ่งจะต้องหาเลยทั้งสองฝ่ายพร้อมย้ำว่าเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น การท่องเที่ยวก็จะเปิดในลักษณะแบบประเทศต่อประเทศก่อน ลาเป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพสามารถควบคุมได้ โดยมีขั้นตอนของมาตรการไม่ใช่เปิดแบบเสรี ตอนต้องเตรียมให้พร้อมในการเปิดประเทศในลักษณะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จึงขอให้สถานประกอบการเตรียมความพร้อมไว้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไม่ได้มีการพิจารณาเปิดน่านฟ้าที่จะต้องมีการประเมินร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ขอขอบคุณข้อมูลข่าว INN News

 


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *