กรมรางฯ กำหนดมาตรการดูแลผู้โดยสารรองรับเปิดเทอม/เล็งคลายล็อคมาตรการเว้นระยะห่างบนรถไฟฟ้า

แชร์ข่าวนี้

                         นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการรองรับการกำหนดมาตรการดูแลผู้โดยสารในข่วงเปิดภาคเรียนของนักเรียน นักศึกษา ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2563 ร่วมกับผู้ให้บริการระบบรางทุกราย พร้อมดัวยกรมควบคุมโรค และศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ว่า จากที่รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลายสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในระยะที่ 4 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการออกมาตรการบังคับใช้กฎหมาย อาทิ การยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว รวมถึงมาตรการผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา การผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมต่าง ๆ และมาตรการด้านการขนส่งสาธารณะ ขร.จึงได้จัดให้มีการประชุมหารือดังกล่าว เพื่อเตรียมพร้อมมาตรการดูแลผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า และรถไฟอย่างเหมาะสม โดยที่ประชุมได้มีข้อสรุปใน 3 ประเด็น ประกอบดัวย (1) ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันกรณีการเสนอรัฐบาลในการคลายล็อคมาตรการเว้นระยะห่างภายในรถไฟฟ้า รถไฟชานเมือง เนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารกลับมาในระบบประมาณ 800,000 คน/วัน และคาดว่าหากเปิดเทอมจะมีผู้โดยสารมากกว่า 1,000,000 เที่ยวคน ซึ่งหากยังคงมาตรการเดิม อาจทำให้เกิดการติดเชื้ออื่น ๆ เข่น ไข้หวัด จากการรอบริเวณสถานีเป็นจำนวนมากในชั่วโมงเร่งด่วน โดยสมควรกำหนดเพิ่มความหนาแน่นได้ไม่เกินร้อยละ 70 รวมถึงกำหนดจุดยืนแบบหันหลังชนกันภายในรถ และอนุญาตให้นั่งในที่นั่งติดกันได้ จากเดิมหากเป็นมาตรการเข้มงวดจะจำกัดความหนาแน่นที่ร้อยละ 25 และขณะนี้ด้วยสภาพบังคับในชั่วโมงเร่งด่วน ได้ดำเนินการจำกัดความหนาแน่นอยู่ที่ร้อยละ 50

                         ทั้งนี้ จากงานวิจัยทั่วโลกพบหากมีการเข้มงวดในเรื่องการคัดกรอง (คัดกรองอุณหภูมิ) ป้องกัน (สวมหนากาก) และควบคุม (การบริการเจลแอลกอฮอล์ และการทำความสะอาด) จะไม่ปรากฏการพบผู้ติดเชื้อในระบบรถสาธารณะ ประกอบกับขณะนี้ประเทศไทยไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศเป็นเวลา 23 วันต่อเนื่องแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเข้มงวดใน 3 ประเด็น ได้แก่ (1) ประเด็นด้านระบบการจัดการ โดยกำหนดให้มี Safety manager ตรวจสอบความสะอาด ความหนาแน่น และการดูแลการบริการตามมาตรฐานสากล สาธารณสุขอย่างสม่ำเสมอ (2) ประเด็นระบบการใช้บริการ โดยกำหนดให้ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากาก 100% งดเว้นการพูดคุยภายในตู้โดยสาร และกำหนดให้ยอมรับการทำ Group release กรณีเกิดสภาพความหนาแน่นภายในขบวนรถ และ (3) ประเด็นการติดตามผู้โดยสารด้วยแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ควรใช้เฉพาะในระบบรถไฟที่ใช้เวลาเดินทางมากกว่า 1 ชม. ขณะที่ผู้โดยสารรถไฟฟ้าจะใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 8 สถานี ๆ ละ 3 นาที รวม 24 นาทีเท่านั้น

                         อย่างไรก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะร่วมกันจัดทำแนวทางการปฏิบัติ (Guideline) เพื่อป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดสำหรับการโดยสารในระบบรางต่อไป กรมฯรางชงเสนอ MOU ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้านการให้คำแนะนำ ติดตาม และตรวจสอบสภาพการแพร่ระบาดภายในระบบรถไฟฟ้า และรถไฟ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบที่ประชาชนสามารถวางใจได้ ทั้งนี้ ขร. จะรายงานผลการหารือไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณา และเสนอ ศบค. ปลดล็อคการเว้นระยะที่นั่งภายในรถไฟฟ้า และรถไฟ ต่อไป


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *