บุกทลายร้านทองกลางกรุง บังหน้าฟอกเงินแก๊งยาเสพติดดาวเรือง สะพัดกว่า 3 พันล้าน !

แชร์ข่าวนี้

 บุกทลายร้านทองหลายจังหวัด หลังเปิดกิจการบังหน้าฟอกเงินยาเสพติดเครือข่ายแก๊งดาวเรือง เงินสะพัดกว่า 3 พันล้านบาท เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ บอกว่า เป็นเงินที่ได้จากการขายทองที่เมียนมา แต่ตำรวจไม่เชื่อ
 
เปิดร้านทองบังหน้าฟอกเงินยาเสพติด
ภาพจาก ช่อง 3
          เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังพร้อมหมายค้นเข้าตรวจพื้นที่เป้าหมาย 12 จุด ในกรุงเทพฯ ตรัง พังงา และระนอง เพื่อจับกุมผู้ต้องหาคดีฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดดาวเรือง ซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ครอบคลุมหลายจังหวัด หลังจากพบว่า มีการฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดกว่า 3 พันล้านบาท

สำหรับต้นเหตุการจับขบวนการฟอกเงินนี้ มาจากการที่นายปิยรัช นิดคง สมาชิก อบต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ร้องเรียนว่า ถูกคนร้ายใช้ปืนสงคราม M16 ยิงถล่มบ้านพัก 2 ครั้ง วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 กับ 12 มีนาคม 2562 โดยมีสาเหตุจากความขัดแย้งการทุจริตใน อบต.บางดี หลายโครงการ ทำให้นายปิยรัช พยายามตรวจสอบและเปิดโปงเรื่องทุจริตทั้งหมด ทำให้ผู้บริหารบางคนไม่พอใจจึงจ้างมือปืนจัดการก่อเหตุ

ต่อมา ทาง พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. ลงพื้นที่หาเบาะแสจนจับกุมตัวนายธีระพร ชูเมือง วัย 40 ปี และนายณัฐวุฒิ คชแก้ว วัย 29 ปี พร้อมพวกอีก 10 คน ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2562

ภายหลังการจับกุมครั้งนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลสอบประวัตินายธีระพรอย่างละเอียด พบว่า เป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ และมีเครือข่ายตามเรือนจำอีกหลายแห่ง ซึ่งผู้ต้องหาก็ยอมรับว่า นำเข้ายาเสพติดมาจากเมียนมา มาจำหน่ายให้ลูกค้ารายย่อย จ.ตรัง และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีนางสาวดาวเรือง สามแสง ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นผู้ประสานคอยรับโอนเงินค่ายาเสพติดต่าง ๆ ผ่อนถ่ายไปยังบัญชีอื่น ดังนั้น เจ้าหน้าที่ กก.6 บก.ป. จึงประสานไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินช่วยตรวจสอบ

          กระทั่งพบว่า มีการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคารของนางสาวดาวเรือง มีการโอนเงินเข้า-ออกถึง 113 บัญชี โดยมี 1 บัญชี เป็นชื่อบัญชีธนาคารของบริษัท จำกัด บจก.ชมพู (บ้วนหลี) เกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าทองรูปพรรณ รับโอนเงินจากนางสาวดาวเรืองเข้ามา 1.5 ล้านบาท และบัญชีธนาคารอื่นของเครือข่ายนายธีระพรเข้ามาอีกหลายล้านบาท
เปิดร้านทองบังหน้าฟอกเงินยาเสพติด
ภาพจาก ช่อง 3
          นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบผลประกอบการย้อนหลังปี 2558-2561 พบว่า บริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดผิดปกติ โดยปี 2558 มีรายได้เพียง 41 ล้านบาท ส่วนปี 2559 มีรายได้เพิ่ม 344 ล้านบาท, ปี 2560 รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2,338 ล้านบาท และปี 2561 เพิ่มขึ้น 3,008 ล้านบาท จึงคิดว่า เงินที่ได้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินในขบวนการยาเสพติด

หลังจากนั้น ก็มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทอย่างละเอียด พบว่า นอกเหนือจากเครือข่ายนายธีระพรแล้ว ยังมีเครือข่ายยาเสพติดอื่น ๆ โอนมาอีก 5 เครือข่าย รวมเป็นเงิน 580 ล้านบาท ตำรวจจึงวางแผนจับกุมผู้ต้องหา 10 รายที่เป็นคณะกรรมการบริหารบริษัทดังกล่าว ได้แก่

1. นางชมพู หวังเจริญรุ่ง
2. นายกรวิก หวังเจริญรุ่ง
3. นายกนิษฐ หวังเจริญรุ่ง
4. นางสาวเพ็ญวิไล แก้วกาญจน์
5. นางสาวขวัญฤทัย นวนนิ่ม
6. นางสาวพัชรี หมวดหรี
7. นางสาวกัลยา ชูสังข์
8. นางสาวธัญทิพย์ เพชรเรือนทอง
9. นายธงไชย รัตน์จันทร์
10. นางสาวเบญจมาภรณ์ อาจหาญ

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 10 รายให้การปฏิเสธ บอกว่า เงินที่ได้มาจากการขายทองรูปพรรณให้กับร้านทองฝั่งประเทศเมียนมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะการซื้อขายทองระหว่างประเทศ จะซื้อในนามบริษัทหรือร้านทอง ไม่ใช่รายบุคคลอย่างกรณีนี้ ส่วนบัญชีธนาคารที่ใช้โอนเงินมา ยังเป็นของเครือข่ายยาเสพติด นอกจากนี้ หากมีการซื้อขายทองคำมูลค่าเกิน 7 แสนบาท ร้านทองต้องแจ้งรายละเอียดส่วนนี้ให้กับทาง ปปง. ด้วย แต่ทางบริษัทก็ไม่ได้แจ้งแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าเข้าข่ายฟอกเงิน และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *