สรุปข่าว ปริศนาการตายของ #น้องชมพู่

แชร์ข่าวนี้

⚫️ ตอนที่ 1
การหายตัวไปของน้องชมพู่
:
1- “น้องชมพู่” เป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบ น้องอยู่ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร กับพ่อ (นายอนามัย อายุ 38 ปี) แม่ (นางสาวิตรี อายุ 39 ปี) และพี่สาว (ด.ญ.สะดิ้ง อายุ 13 ปี)
2- แม่ของน้องชมพู่มีพี่สาวแท้ ๆ ชื่อ “ป้าแต๋น” สามีของป๋าแต๋นชื่อ “ลุงพล” ลุงพลเป็นคนพูดจาเสียงดังฟังชัด ทั้งสองมีลูกชายด้วยกัน 2 คน
3- สองครอบครัวนี้สนิทสนมกันมาก มักจะไปไหนด้วยกันเสมอ น้องชมพู่เองก็สนิทกับบ้านป้าแต๋นมาก เวลาป้ากับลุงไปไหนมาไหนก็มักจะมาชวนน้องชมพู่ติดรถไปเที่ยวด้วยตลอด
4- เช้าวันที่ 11 พ.ค. 63 พ่อกับแม่ออกไปทำงาน ให้พี่สะดิ้งซึ่งยังปิดเทอมอยู่ช่วยดูแลน้องชมพู่ สะดิ้งนอนเล่นมือถืออยู่บนแคร่หน้าบ้านแล้วเผลอหลับไป ภาพสุดท้ายเห็นน้องวิ่งเล่นอยู่กับสุนัข ตื่นขึ้นมาก็พบว่าน้องหายตัวไปแล้ว ไปหาตามบ้านญาติ ๆ ก็ไม่พบ จึงรีบโทรบอกพ่อกับแม่
—————
⚫️ ตอนที่ 2
การตายของน้องชมพู่
:
5- ทั้งตำรวจและชาวบ้านกว่าร้อยคนจาก 3 หมู่บ้าน ออกปูพรมค้นหาน้องชมพู่รอบรัศมีบ้านกว่า 5 กม. ค้นหาอยู่ 3 วันก็ไม่พบน้อง
6- เย็นวันที่ 14 พ.ค. คุณยายวัย 70 ปีคนหนึ่งเดินเท้าขึ้นไปเก็บเห็ดและหาของป่าบนเขาภูเหล็กไฟ แล้วพบรองเท้าเด็กตกอยู่กลางป่าจึงรีบลงมาบอก
7- เจ้าหน้าที่ ชาวบ้านและสื่อมวลชนจึงพากันไปยังจุดที่พบรองเท้า ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านน้องชมพู่ประมาณ 2-3 กม. โดยพ่อแม่ของน้องชมพู่ไม่ได้ไปด้วย แต่ได้จัดกระเป๋าบรรจุเสื้อผ้า ผ้าขนหนู ขนม น้ำเปล่า ให้ลุงพลถือขึ้นเขาเอาไปให้น้อง
8- แต่เมื่อไปถึงจุดที่พบรองเท้า ห่างออกไปเพียง 4 เมตร ก็พบศพน้องชมพู่ในสภาพเปลือยกาย พบกางเกงขาสั้นอยู่ห่างจากศพ 8 เมตร แต่ไม่พบเสื้อ และพบรถของเล่นอยู่ห่างจากศพ 300 เมตร
—————
⚫️ ตอนที่ 3
สมมุติฐานการตายของน้องชมพู่
:
9- ผลการชันสูตรพลิกศพของน้องชมพู่ ณ เวลานั้น ยังไม่ยืนยันว่าน้องถูกฆาตกรรมหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ แต่ก็ได้ตั้งสมมุติฐานการตายไว้ดังนี้
.
ก. น้องชมพู่เดินขึ้นไปบนเขาเอง แล้วหลงป่าจนเสียชีวิต (ซึ่งต้องพิจารณาต่อว่าเด็ก 3 ขวบ จะเดินขึ้นไปเองได้หรือไม่)
ข. มีคนพาน้องชมพู่ขึ้นไปตอนยังมีชีวิตอยู่ แล้วปล่อยทิ้งไว้ในป่าจนเสียชีวิต
ค. มีคนพาน้องชมพู่ขึ้นไป แล้วฆ่าน้องด้วยการทำให้ขาดอากาศหายใจ ก่อนทิ้งศพไว้บนเขา
ง. น้องชมพู่เสียชีวิตเอง หรืออาจมีคนทำให้เสียชีวิตโดยไม่ตั้งใจ แล้วกลัวความผิดจึงพาศพขึ้นไปอำพรางคดีไว้บนเขา
จ. อื่น ๆ
—————
⚫️ ตอนที่ 4
ความหวาดระแวงปกคลุมหมู่บ้าน
:
10- การตายปริศนาของน้องชมพู่ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมทีมสืบสวนสอบสวนชุดใหญ่ลงพื้นที่ โดยทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่ ปูพรมเอ็กซเรย์ทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่คนใกล้ชิดแล้วขยายวงออกไป คนในบ้านกกกอกและหมู่บ้านใกล้เคียงกว่า 900 คน ถูกเรียกมาให้ปากคำ
11- ส่วนสื่อมวลชนก็ลงพื้นที่ไปคลุกวงในอยู่กับชาวบ้านนานกว่า 2 เดือน เพื่อนำเสนอข่าวในแง่มุมต่าง ๆ สัมภาษณ์ตั้งแต่พ่อ แม่ ลุงพล ป้าแต๋น ญาติ ๆ เพื่อนบ้าน รวมทั้งเด็ก ๆ ใน “แก๊งจำปา” (เด็กกลุ่มนี้เล่นอยู่ใต้ต้นจำปาในวันเกิดเหตุ เลยถูกเรียกว่าแก๊งจำปา)
12- ในขณะเดียวกันสังคมและโลกโซเชียลก็ตรวจสอบ-ตามหาความจริงรายวันกันอย่างเข้มข้น รวมทั้งตั้งข้อสังเกตจากการให้สัมภาษณ์ ปฏิกิริยาท่าที คำพูดต่าง ๆ ของคนที่เกี่ยวข้องกับคดี จนนำมาซึ่งดราม่ารายวัน
13- ทั้งหมดนี้นำไปสู่ความสงสัยเคลือบแคลงกันเองของคนในหมู่บ้าน รวมทั้งคนในตระกูลของน้องชมพู่ที่เริ่มหวาดระแวงแคลงใจกัน จนเกิดเป็นรอยร้าวขึ้นมา
14- หลังผ่านไป 2 เดือน แต่ยังปิดคดีไม่ลง คนในหมู่บ้านถึงกับโอดครวญว่าไม่เป็นอันทำงานทำการ ทั้งที่ช่วงเวลานี้ของทุกปีเป็นช่วงที่คนในหมู่บ้านจะช่วยกันลงแขกดำนา แต่ก็ไม่ได้ทำ ครอบครัวน้องชมพู่อาจไม่เดือดร้อนเพราะได้ไปออกรายการ มีความช่วยเหลือเข้ามา แต่ชาวบ้านคนอื่น ๆ ได้รับผลกระทบมาก
—————
ตอนที่ 5
⚫️ คำถามจากสังคมถึงครอบครัวชมพู่
:
15- ในขณะเดียวกันครอบครัวของน้องชมพู่ก็ถูกตั้งคำถามมากมายจากสังคม เช่น แม่ดูไม่เสียใจ ไม่เหมือนคนที่สูญเสียลูก ทั้งสีหน้าท่าทาง การแสดงออก การกระทำ และการโพสต์โซเชียลมีเดีย
16- ซึ่งแม่ก็ชี้แจงว่า หลังลูกหายตัวไปตนไม่ได้มานั่งร้องไห้ออกทีวี เพราะทุกวันต้องต้อนรับแขก เนื่องจากมีคนมากหน้าหลายตาเข้ามาหา ตำรวจก็เรียกสอบแทบทุกวัน วันละ 3-4 ชม. จึงต้องรีบทำใจ
17- พ่อของชมพู่ก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกสงสัย ซึ่งพ่อก็ชี้แจงว่าวันที่ลูกหายไปนั้นตนออกไปไถนา และมีพยาน 4 คนเห็นว่าตนไถนาอยู่ รวมทั้งมีหลักฐานการใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงเวลานั้น
18- ส่วนสะดิ้งก็เจอจับผิดเรื่องการโพสต์โซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น เล่นแอป Tik Tok ถ่ายเล่นกับรูปหน้าศพของน้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม การจัดวันเกิด-เป่าเค้กหลังการตายของน้อง 1 เดือนกว่า
19- อีกประเด็นดราม่าเกิดขึ้นเมื่อเด็ก ๆ แก๊งจำปาหลุดปากบอกนักข่าวว่า ตอนที่น้องชมพู่หายตัวไปนั้น สะดิ้งไม่ได้หลับแต่เล่นมือถืออยู่ แต่แม่สั่งให้โกหกนักข่าวว่าสะดิ้งหลับอยู่
20- ซึ่งต่อมาแม่ก็ออกมายอมรับว่าโกหกจริง แต่ทำไปเพื่อปกป้องสะดิ้ง เพราะกลัวคนร้ายจะคิดว่าสะดิ้งเห็นเหตุการณ์แล้วจะมาทำร้ายลูก ซึ่งเรื่องนี้ตำรวจรู้นานแล้วว่าสะดิ้งไม่ได้หลับ เพราะตำรวจตรวจสอบการใช้มือถือของสะดิ้ง
21- และอีกประเด็นที่สังคมข้องใจ คือการที่ “น้าแต” น้าชายของน้องชมพู่โพสต์หมายเลขบัญชีรับบริจาค โดยน้าแตอ้างว่ามีคนมาสอบถามตนว่าจะโอนเงินช่วยค่าทำศพได้ทางไหน ตนจึงไปขอหมายเลขบัญชีแม่น้องชมพู่มาโพสต์
—————
⚫️ ตอนที่ 6
คำให้การของลุงพล
:
22- สำหรับลุงพล แม้จะอยู่เคียงข้างครอบครัวของน้องชมพู่มาตลอด ทั้งช่วยตามหาหลาน ขึ้นไปหาหลานหลังมีคนพบรองเท้า ช่วยพาศพหลานลงมา รวมทั้งติดตามไปกับศพของชมพู่เมื่อตำรวจพาไปผ่าชันสูตร แต่ในแง่ของคดีแล้ว ลุงพลก็คือผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งเช่นกัน
23- ลุงพลให้การว่าวันที่ชมพู่หายตัวไปลุงไม่ได้เห็นหลานเลย โดยเช้าวันนั้นตนกับป้าแต๋นและแม่น้องชมพู่ไปวัดจีพีเอสและหยอดน้ำกรดต้นยาง ที่สวนยางพาราของแม่น้องชมพู่
24- จากนั้นป้าแต๋นดูนาฬิกาแล้วเตือนลุงพลว่า 09.22 น. แล้ว ลุงพลมีนัดไปรับพระที่วัดในเวลา 10.00 น. ทั้งสองคนจึงขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ถึงบ้านแล้วลุงพลก็อาบน้ำก่อนขับรถยนต์ไปรับพระที่วัด
25- ลุงพลบอกว่ารักน้องชมพู่มาก เพราะตนไม่มีลูกสาว รักขนาดที่ว่าถ้าพ่อแม่ไม่เลี้ยง ลุงจะเอาไปเลี้ยงเอง ส่วนที่คนกล่าวหาว่าลุงร้องไห้-แอคติ้งเยอะนั้น ให้ลองคิดว่าถ้าหลานสาวที่รักและเอ็นดูขึ้นไปตายอยู่บนเขาจะร้องไห้ไหม
26- ป้าแต๋นบอกว่าระยะหลังตำรวจเพ่งเล็งมาที่ครอบครัวของตนมาก มาค้นบ้านบ่อย สอบปากคำหลายครั้ง เอาเชือกสีเหลืองมาล้อมบ้าน และตรวจดีเอ็นเอของลุงพล ทำให้ลุงพลเครียดจนถึงกับโกนหัวเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
—————
⚫️ ตอนที่ 7
เมื่อแม่เอ่ยปากว่า “สงสัยลุงพล”
:
27- เป็นเวลาร่วม 2 เดือน ที่แม้จะมีข่าวน้องชมพู่ออกมารายวัน แต่ในแง่ความคืบหน้าของคดีกลับไม่มีอะไรมากนัก การรายงานข่าวหลายครั้งมุ่งนำเสนอไปที่ไสยศาสตร์ลี้ลับต่าง ๆ จนกระทั่ง…วันที่แม่เอ่ยปากบอกนักข่าวว่าแม่สงสัยในตัวลุงพล!
28- แม่บอกว่าทุกวันนักข่าวจะถามแม่ว่าสงสัยใคร สงสัยญาติไหม จนในที่สุดแม่ก็หลุดปากพูดออกไปว่าสงสัยลุงพล ซึ่งแม่ก็แจกแจงเหตุผลต่าง ๆ ที่ทำให้สงสัยลุง เช่น
.
– หลังเผาศพน้องชมพู่แล้ว ลุงพลกับป้าแต๋นไม่มาที่บ้านอีกเลย รวมทั้งงานสวดบ้านหลังเผาศพและงานทำบุญบ้าน ซึ่งพี่น้องคนอื่น ๆ มากันครบ แต่ลุงพลกับป้าแต๋นกลับไม่มา ทั้งที่ไม่ได้ทะเลาะหรือมีปัญหาอะไรกัน
– แม่สงสัยไทม์ไลน์ของลุงพลในวันเกิดเหตุ ลุงพลออกจากสวนยาง 09.22 น. ไปถึงวัด 10.07 น. (ตามคำให้การของพระ) มีช่องว่างของเวลาที่หายไปหลายนาที ถ้าจะมีคนก่อเหตุกับเด็ก เวลาเท่านี้ถือว่าเหลือเฟือ
– ลุงพลรู้เรื่องน้องชมพู่หายตัวไปก่อนที่สะดิ้งจะบอก กล่าวคือ หลังชมพู่หายตัวไป สะดิ้งก็เดินไปหาน้องที่บ้านลุงพล แต่ตอนนั้นลุงพลไม่อยู่บ้าน เจอแต่ป้าแต๋นกับลูก ๆ แต่ต่อมาพระให้การว่า ลุงพลมาพูดกับพระว่า “น้องชมพู่หายไป ส่งพระเสร็จจะไปตามหา” จึงสงสัยว่าลุงพลรู้ได้อย่างไร
– แม่รู้สึกว่าลุงพลรักชมพู่มากเกินไปทั้งที่เป็นแค่ลุงเขย และไม่รู้ว่ารักแบบไหน ชมพู่เองก็ติดลุงพลมาก จนสัญชาตญาณความเป็นแม่ของตนบอกให้ถอยชมพู่ออกมา ไม่ให้ไปด้วยทุกครั้งที่ป้าแต๋น-ลุงพลมาชวน
—————
ตอนที่ 8
⚫️ คำถามจากลุงพลถึงแม่ชมพู่
:
29- หลังจากแม่น้องชมพู่บอกว่าสงสัยลุงพล ลุงพลเองก็ออกมาเคลียร์ข้อสงสัยผ่านสื่อ เช่น
.
– เรื่องเวลาที่หายไป ลุงอธิบายว่าไม่มีใครสามารถจำได้เป๊ะ ๆ ว่าทำอะไรตอนไหนกี่นาที เพียงแต่จำได้คร่าว ๆ เมื่อตำรวจให้ระบุเวลา ตนก็ระบุเวลาไปคร่าว ๆ เท่านั้น
– เรื่องที่พระบอกว่าตนพูดว่าน้องชมพู่หายไปนั้น เชื่อว่าพระน่าจะจำผิดวันมากกว่า เพราะวันนั้นตนไม่ได้พูด (ต่อมาสื่อได้ไปสอบถามชาวบ้านที่อยู่กับพระและลุงพลในวันนั้น ชาวบ้านยืนยันว่าลุงพลไม่ได้พูด และยังบอกว่าพระรูปนี้หลง ๆ ลืม ๆ)
– ที่แม่บอกว่าชมพู่ติดลุงมากนั้น ป้าแต๋นบอกว่าจริง ๆ แล้วชมพู่สนิทกับทุกคนที่บ้าน ไม่เฉพาะแต่ลุงพล เวลารับชมพู่ไปเที่ยวก็ไปกันทั้งครอบครัว สะดิ้งก็ไปด้วย ที่ชมพู่ชอบลุงพลเพราะลุงมีรถยนต์ ขับพาชมพู่ไปเที่ยวได้
– เหตุที่หลังเผาศพไม่ได้ไปบ้านชมพู่อีก เพราะแม่ น้องสาว และป้าของลุงพลมาจากสกลนคร เพื่อมาร่วมงานศพของชมพู่ แต่พ่อของชมพู่กลับทำเมินใส่ เนื่องจากไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้ลุงพลไปออกรายการ “โหนกระแส” และเอ่ยชื่อเพื่อนบ้านคนหนึ่งออกมา พ่อแม่น้องชมพู่มาบอกให้ลุงไปขอขมาเพื่อนบ้าน แต่ลุงไม่ได้ไป เพราะไม่ได้พูดถึงในทางเสียหาย
30- ในขณะเดียวกัน ป้าแต๋นก็ถึงกับร้องไห้เมื่อทราบว่าน้องสาวสงสัยสามีตัวเอง ป้าบอกว่าน้องไม่เคยมาพูดหรือไถ่ถามอะไร จู่ ๆ ก็ไปบอกสื่อเลย สื่อก็มาถามตนหลายครั้งเหมือนกันว่าสงสัยใคร แต่ตนไม่เคยสงสัยน้องสาว-น้องเขยตัวเอง
31- จากนั้นลุงพลได้ฝากคำถาม 3 ข้อ ไปถึงแม่ของน้องชมพู่ด้วย ดังนี้
.
– ทำไมตอนมีคนพบรองเท้าเด็กบนเขา พ่อแม่ชมพู่จึงไม่ขึ้นไปที่เกิดเหตุ ซึ่งผิดวิสัยคนเป็นพ่อแม่ แต่กลับเตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้ตนเอาขึ้นไปให้น้องชมพู่ ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่ารองเท้านั้นเป็นของใคร และรู้ได้อย่างไรว่าจะเจอศพชมพู่ในสภาพเปลือยกาย
– ทำไมวันเผาศพถึงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมล้างหน้าศพลูก ทั้งที่คนอื่น ๆ ล้างหน้าศพกันหมด และนี่ก็เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้เห็นหน้าลูก
– ทำไมรีบเผาศพลูกทั้งที่ความจริงยังไม่ปรากฏ แล้วยังเผาเสื้อผ้าลูกด้วย ทั้งที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ ทำไมไม่เก็บไว้เป็นหลักฐาน
—————
ตอนที่ 9
⚫️ แม่ชมพู่ตอบคำถามลุงพล
:
32- จากนั้นแม่ของน้องชมพู่ก็ตอบคำถามลุงพลผ่านสื่อว่า เหตุที่ไม่ได้ขึ้นเขาไปดูรองเท้า เพราะตอนนั้นกำลังจะขึ้นรถไปทำพิธีถวายของให้ร่างทรง ซึ่งร่างทรงบอกว่าถ้าทำพิธีนี้จะได้น้องคืนตอน 1 ทุ่มตรง เมื่อทราบข่าวว่าเจอรองเท้าจึงเกิดความหวังว่าคำทำนายนี้น่าจะเป็นจริง จึงรีบไปทำพิธีให้เสร็จ
33- เมื่อกลับมาถึงบ้านก็จะขึ้นเขาไปหาลูก แต่ตากับยายดึงไว้ว่าไม่ต้องไปหรอก มีคนไปแล้วเยอะแล้ว เดี๋ยวขึ้นไปจะเป็นลม ลำบากคนหามลงมาอีก เพราะไม่ได้กินข้าวกินปลามา 3-4 วันแล้ว และเขาก็สูงมาก
34- ที่ไม่ได้ล้างหน้าศพสั่งลาลูก เพราะยายและคนเฒ่าคนแก่ทักว่า ถ้ายังทำใจไม่ได้ก็อย่าล้างหน้าศพ เพราะถ้าร้องไห้น้ำตาจะหล่นไปเปื้อนศพลูก แล้ววิญญาณลูกจะไม่ได้ขึ้นสวรรค์
35- เรื่องการเผาศพลูกนั้น ศพน้องชมพู่ถูกส่งไปชันสูตรมาแล้วถึง 3 โรงพยาบาล ตำรวจบอกว่าได้หลักฐานเพียงพอแล้ว อนุญาตให้เผาศพได้ ไม่ได้ทำโดยพลการ
36- ส่วนที่เผาเสื้อผ้าของน้องชมพู่นั้น ตนไม่ได้เป็นคนเผา แต่ญาติ ๆ เป็นคนเก็บมาเผาตามประเพณี เวลามีคนตายจะเผาเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ไปให้ เหลือไว้เฉพาะที่อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก และไม่ได้เผาทั้งหมด ที่บ้านยังมีเสื้อผ้าของน้องเหลืออยู่
37- ส่วนที่มีคนสงสัยว่าทำไมให้ลุงพลดำเนินการแทนทุกอย่างในส่วนที่พ่อแม่ควรจะดำเนินการเอง ความจริงตนไม่ได้ขอให้ลุงพลทำทุกอย่าง ลุงพลทำเอง แต่ที่ขอจริง ๆ คือขอให้ลุงพาน้องไปผ่าศพครั้งสุดท้ายเท่านั้น เพราะตอนนั้นตำรวจมาสอบปากคำแม่กับพ่อพอดี ตนอยากให้ข้อมูลกับตำรวจให้มากที่สุด จึงขอให้ลุงพลพาน้องไปแทน
—————
⚫️ ตอนที่ 10
ผลชันสูตรศพล่าสุด
:
38- ต่อมามีการเปิดเผยผลการชันสูตรศพน้องชมพู่ว่า สภาพภายนอกมีร่องรอยขีดข่วนที่อาจเกิดจากกิ่งไม้ มีรูลึก 5 ซม. ที่สะโพกขวา คาดว่าเป็นรอยกดทับ อวัยวะเพศไม่พบร่องรอยถูกละเมิด
39- ส่วนอวัยวะภายใน หลายส่วนเริ่มเน่าจนไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ แต่ยืนยันได้ว่าสมองและปอดไม่พบความผิดปกติที่เกิดจากการถูกทำร้าย กระโหลกศรีษะไม่พบรอยแตกร้าว คอไม่หัก ไม่มีรอยฟกช้ำ กระเพาะอาหารไม่มีอาหารหลงเหลืออยู่
40- จากผลการชันสูตรทำให้คดีมีแนวโน้มไปในแนวทางที่เด็กอาจจะหลงป่า แล้วขาดอาหารขาดน้ำจนเสียชีวิต
41- อย่างไรก็ตาม แม่ของน้องชมพู่ยังข้องใจเรื่องรูลึก 5 ซม. ไม่เชื่อว่าจะเป็นรอยกดทับเพราะน้องมีน้ำหนักตัวไม่ถึง 10 กก. และเด็ก 3 ขวบ ไม่มีทางเดินขึ้นไปตายบนเขาได้
42- เช่นเดียวกับลุงพล-ป้าแต๋น ทั้งสองคนก็ไม่เชื่อว่าน้องชมพู่จะเดินขึ้นไปเองได้ เพราะเขาค่อนข้างชัน รวมทั้งข้องใจที่เสื้อของน้องชมพู่ถูกถอดและหายไปด้วย
43- ทั้งนี้ ในส่วนของความขัดแย้งระหว่างแม่น้องชมพู่กับลุงพลนั้น สื่อมวลชนพยายามให้ทั้งสองฝ่ายมาพบเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกัน ดีกว่าฟังเอาจากสื่อ ซึ่งลุงพลก็ยินดี แต่แม่น้องชมพู่ปฏิเสธที่จะพบลุงพล อ้างว่าตอนนี้ตนยังใจร้อนอยู่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ Poetry of Bitch

แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *