สาวญี่ปุ่นเจ็บคอ-คันคอยุบยิบ หลังกินปลาดิบ โร่หาหมอ ลมแทบจับ เจอพยาธิดิ้นในคอ !

แชร์ข่าวนี้

 สาวญี่ปุ่นเจ็บคอและคันคอยุบยิบ หลังกินปลาดิบ โร่ให้หมอตรวจ เจอพยาธิไชอยู่ในคอ ดิ้นดุกดิกในต่อมทอนซิล สะพรึงแรงมาก

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ปลาดิบ หรือ ซาซิิมิ (Sashimi) เป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก และเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน เช่นเดียวกับหญิงสาววัย 25 ปี คนนี้ เธอชื่นชอบซาซิมิเป็นชีวิตจิตใจ และกินอยู่บ่อย ๆ แต่เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่า เมนูสุดโปรดนี้จะมาพร้อมกับอาการเจ็บป่วย แถมยังสยอง ขนหัวลุก จนถึงขั้นเรียกได้ว่าอาจจะเข็ด….

จากการรายงานของ เว็บไซต์ไซแอนส์อะเลิร์ต ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ระบุว่า หญิงสาวญี่ปุ่นคนดังกล่าวกินปลาดิบตามปกติเหมือนอย่างที่เคย แต่ 5 วันหลังจากนั้น ร่างกายของเธอก็เกิดความผิดปกติ โดยเธอมีอาการระคายเคืองและเจ็บคอเป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว แพทย์ได้เจาะเลือดไปตรวจ ซึ่งผลเลือดออกมาปกติดี

แต่เมื่อแพทย์ได้ส่องตรวจดูลำคอของเธอก็พบต้นเหตุของอาการเจ็บป่วยครั้งนี้ โดยแพทย์พบอะไรบางอย่างดำ ๆ ดิ้นดุกดิกอยู่ในต่อมทอนซิลด้านซ้ายของคนไข้ จึงได้หนีบออกมา และพบว่าเป็นพยาธิ ขนาดลำตัวกว้าง 1 มิลลิเมตร และยาว 3.8 เซนติเมตร

 พยาธิดิ้นในคอ หลังกินปลาดิบ

เคสนี้ถูกนำมาเผยแพร่โดยวารสารทางการแพทย์เขตร้อนและสุขอนามัยอเมริกัน ซึ่งแพทย์เจ้าของเคสระบุว่า พยาธิดังกล่าวมีสีดำ ลำตัวยืดหยุ่น และลอกคราบออกมาเป็นเมือก โดยพยาธิตัวนี้คือ Pseudoterranova azarasi หนึ่งในสายพันธุ์พยาธิตัวกลม จากการตรวจสอบพบว่ามันเติบโตอยู่ในระยะที่ 4 แล้ว สามารถพบได้จากการรับประทานปลาดิบหรือซูชิ

แต่การที่มันไปฝังตัวอยู่ในคอคนไข้แบบนี้ นับว่าเป็นเคสหายากมาก เนื่องจากเคสผู้ป่วยติดเชื้อพยาธิจากปลาดิบ 700 เคส จากทั่วประเทศญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ กลุ่มประเทศแปซิฟิกเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ ในช่วงทศวรษที่ 1990 พบว่าในทุกเคส พยาธิจะฝังตัวเจริญเติบโตอยู่ในท้องทั้งสิ้น

ทั้งนี้ การแช่แข็งเนื้อปลานั้นสามารถฆ่าไข่พยาธิได้ และแต่ละประเทศมีหลักการและวิธีการที่แตกต่างกันออกไปในการจัดการเนื้อปลาสด แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าบางพื้นที่ขาดการดูแลปลาให้สะอาด หรือไม่มีหลักการดูแลเนื้อปลาเลย จึงไม่สามารถระบุได้ว่าเนื้อปลาเหล่านี้ปลอดภัยสำหรับการบริโภคหรือไม่

สำหรับคนไข้หญิงรายดังกล่าวนั้น หลังจากแพทย์นำพยาธิออกมาแล้ว อาการเจ็บคอและคันคอยุบยิบก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง ไม่จำเป็นต้องรักษาอย่างอื่นอีก และสามารถกลับบ้านได้ ซึ่งหลังจากนี้เธอคงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนอย่างละเอียดมากกว่าเดิมหลายเท่าในการเลือกกินซาซิมิ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องขนลุกแบบนี้ขึ้นอีก

ขอบคุณข้อมูลจาก
Science Alert


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *