ดร.นณณ์ วอนอย่าปล่อย “ปลาดุก” ทำบุญ ชี้ปล่อย 1 ตัน กินสัตว์น้ำ 1.8 ล้านตัวต่อปี

แชร์ข่าวนี้

นักวิชาการด้านระบบนิเวศน้ำจืด เตือนสายบุญ ปล่อย “ปลาดุก” ลงแม่น้ำ ได้บาปมากกว่าบุญ ระบบนิเวศเสียหาย ชี้การปล่อยปลาดุก 1 ตัน จะสูญเสียสัตว์น้ำท้องถิ่นไปประมาณ 1.8 ล้านชีวิตต่อปี
 
 
 
ปลาดุก
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
         เรียกว่าการทำบุญ สะเดาะเคราะห์ ด้วยการปล่อยสัตว์ คนไทยนิยมทำกันเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าเป็นการปล่อยเคราะห์ออกไป และถือว่าทำบุญให้ชีวิตสัตว์ไปด้วย ไม่ว่าจะปล่อยนก ปล่อยปลาลงแม่น้ำ โดยเฉพาะการปล่อยปลา เช่น ปลาดุก ถือเป็นหนึ่งในปลาที่คนไทยนิยมปล่อยลงแม่น้ำ
ปลาดุก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ (9 สิงหาคม 2563) มีรายงานว่า ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศน้ำจืด ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Nonn Panitvong ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยปลาดุกลงแม่น้ำนั้น อาจได้บาปมากกว่าได้บุญ พร้อมเผยการคำนวณผลกระทบของปลาดุกปล่อยต่อระบบนิเวศ สรุปว่าปลาดุก 1 ตัน สามารถกินสัตว์น้ำได้ถึงประมาณ 1,800,000 ตัวต่อปี
ปลาดุก
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
         โดย ดร.นณณ์ ระบุว่า ปลาดุกที่นิยมเลี้ยงเพื่อนำมาเป็นอาหารในประเทศไทย เป็นปลาดุกลูกผสมที่เกิดจากปลาดุกยักษ์จากทวีปแอฟริกาและปลาดุกอุย ลูกปลาที่เกิดมาเป็นปลาลูกผสมที่ถือว่าเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เรียกชื่อทางการค้าว่า “ปลาดุกบิ๊กอุย” โตเร็ว มีเนื้อดี และเป็นหมัน การใช้ประโยชน์คือนำมาบริโภคตามจุดประสงค์ที่ถูกเลี้ยงขึ้นมา

ปัจจุบันมีผู้นิยมนำปลาดุกบิ๊กอุยไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อทำบุญ แต่การกระทำดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่นั้น ๆ ยกตัวอย่าง กรณีปลาดุกที่ถูกเลี้ยงมาในที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปตลอดชีวิต สามารถปรับตัวหัดหาอาหารเองในธรรมชาติเป็น ไม่ถูกใครจับไปเสียก่อน ดังนี้

สมมุติฐาน

ปลาดุกเป็นปลาที่กินทั้งพืชและสัตว์ สักครึ่ง ๆ 50/50
ปลาดุกกินอาหารวันละ 5% ของน้ำหนักตัว
ปลาดุกที่ปล่อยขนาดทั่วไปของตลาด ประมาณ 3 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม
ปลาดุกถูกปล่อยลงไปในแหล่งน้ำที่สมบูรณ์มีอาหารให้กิน

โจทย์

– นายบุญหนัก ต้องการปล่อยปลาดุก 1,000 กิโลกรัม คิดเป็นปลาดุกประมาณ 3,000 ตัว
– ปลาดุก 1,000 กิโลกรัม จะกินอาหารวันละ 50 กิโลกรัม (1,000*5%)
– ในอาหาร 50 กิโลกรัมนี้ เป็นสัตว์ครึ่งหนึ่ง ดังนั้นคิดเป็นสัตว์น้ำหนักรวม 25 กิโลกรัม หรือ 25,000 กรัม (1 กก. = 1,000 กรัม)

         – ปลาดุกตัวขนาดนี้ สัตว์น้ำท้องถิ่นอย่าง ลูกปลาบู่, ลูกปลาตะโกก, ลูกปลาตะเพียน, ปลาซิว, กุ้งฝอย และหอยขม ที่กินได้พอดี ๆ คำจะตัวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ก็จะหนักไม่เกิน 5 กรัม ดังนั้นปลาดุก 3,000 ตัวที่นายบุญหนักปล่อยไปนี้ ถ้าต้องการมีชีวิตที่ดีก็ต้องกินสัตว์น้ำอื่น ๆ ไปวันละ 5,000 ตัว (25,000/5) หรือปีละ 1,800,000 ชีวิต (5,000*360)
ปลาดุก
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

– ข้างต้นเป็นการคำนวณแบบง่าย ๆ เฉพาะปลาดุกไม่ได้โตขึ้นด้วย แต่ในความเป็นจริงกินไปโตไปก็จะกินเยอะขึ้นเรื่อย ๆ หรือถ้าระบบนิเวศแถวนั้นมันเสื่อมโทรมไปแล้ว ปลาดุกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี จู่ ๆ ถูกเอามาปล่อยให้สู้ชีวิตด้วยตัวเอง หาอาหารกินไม่ได้ ก็อาจจะอดตายไปอย่างทรมานก็เป็นไปได้เช่นกัน

สรุปด้วยสมมุติฐานดั้งเดิมว่าปลาดุกรอด การปล่อยปลาดุก 1 ตัน เราจะสูญเสียสัตว์น้ำท้องถิ่นไปประมาณ 1.8 ล้านชีวิตต่อปี ในจำนวนนี้อาจจะเป็นลูกปลาเศรษฐกิจ ที่ถ้าปล่อยให้โตไปก็จะเป็นอาหารของชาวบ้านได้อีก หรืออาจเป็นปลาหายากที่ถ้ารอดไป ก็จะสามารถไปสืบพันธุ์ต่อได้ หรือในจำนวนนี้มีปลาท้องถิ่นขนาดเล็กซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศอย่างปลาซิว ที่จะเป็นอาหารของปลาท้องถิ่นขนาดใหญ่ต่อไป

ทั้งหมดนี้เป็นสัตว์น้ำที่อยู่ของเขาดี ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้เอาสัตว์ผู้ล่ามาปล่อยลงไปในบ้านเขาเต็มไปหมด ลองนึกภาพคุณอยู่ในบ้านของคุณดี ๆ ก็มีใครไม่รู้เอาเสือ เอาสิงโตมาปล่อยลงไปในหมู่บ้านคุณเพื่อทำบุญ โดยคุณไม่มีทางที่จะสู้เลย จึงอยากให้คิด วิเคราะห์ แยกแยะกันว่าควรจะปล่อยไหม

อย่างไรก็ตาม ดร.นณณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าอยากช่วยปลา ช่วยกันดูแลคุณภาพให้ดี อย่าทิ้งขยะลงในน้ำ ช่วยกันต่อต้านโครงการทำลายระบบนิเวศในน้ำอย่างการ สร้างเขื่อน สร้างฝาย ขุดตลิ่ง ทำให้ปลามีที่อยู่ที่ดี เดี๋ยวปลาก็เพิ่มจำนวนและชนิดตามความเหมาะสมของระบบนิเวศเอง

         และถ้าอยากใช้เงินในการช่วยสัตว์ แนะนำให้นำเงินไปบริจาคให้องค์กรการกุศลต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือสัตว์ในธรรมชาติ อย่าง หรือพวกกองทุนที่ช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งลำบากเสี่ยงชีวิตรักษาป่าให้พวกเรา แบบนั้นพวกเขาจะเอาเงินของคุณไปช่วยให้สัตว์ได้อยู่ในธรรมชาติ ในบ้านของเขาอย่างมีความสุข ได้บุญชัวร์ ๆ ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Nonn Panitvong


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *