อธิบดีกรม สบส.นำทีมหารือ อสม. และแกนนำสุขภาพ ร่วมสร้างความเข้าใจต่อ รพ.สนาม กับชุมชน

แชร์ข่าวนี้

อธิบดีกรม สบส.นำทีมหารือ อสม. และแกนนำสุขภาพ ร่วมสร้างความเข้าใจต่อ รพ.สนาม กับชุมชน

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__12296277-1-1024x768.jpg


อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นำทีมเจ้าหน้าที่ร่วมหารือ อสม.และแกนนำสุขภาพ ในพื้นที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และการยอมรับจากประชาชนในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยโรค โควิด-19 พร้อมยืนยันดำเนินการทุกอย่างตามมาตรฐานไร้การแพร่กระจายโรค

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__12296273-1024x768.jpg


นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 ทำให้ในขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 10,000 ราย โดยจังหวัดนนทบุรี ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ปริมณฑลที่มีความสำคัญทั้งในภาคเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ก็มีผู้ติดเชื้อสะสมรอบใหม่มากกว่า 140 รายแล้ว จากแนวโน้มของจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น ขีดความสามารถของโรงพยาบาลในการรับดูแลรักษาผู้ป่วยอาจไม่เพียงพอ แนวคิดการจัดตั้งสถานที่รักษาพยาบาล และการเตรียมระบบบริการในการดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก อย่างโรงพยาบาลสนามจึงถือเป็นสิ่งสำคัญในการคัดกรอง และช่วยให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง ได้รับการดูแล รักษาพยาบาลอย่างเหมาะสมแบบ One Stop Service แต่การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามนั้น มิได้อาศัยอำนาจและความเห็นชอบของภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องได้รับความยินยอม และการสนับสนุนของประชาชนในชุมชนจึงสามารถดำเนินการจัดตั้งได้ จึงเป็นที่มาของการนำทีมผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของกรม สบส.เข้าหารือร่วมกับแกนนำสุขภาพ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวัดปลายคลองขุนศรี และวัดไทรใหญ่ อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยกลุ่มแกนนำสุขภาพที่มาร่วมหารือ ประกอบด้วย 1. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 2.บุคลากรสาธารณสุข และ3.ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และนำข้อมูลที่ได้ไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจและการยอมรับ
นายแพทย์ธเรศฯ กล่าวต่อว่า การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามนั้น ภาครัฐจะมีการควบคุมมาตรฐานการดำเนินการตั้งแต่การเลือกสถานที่ การจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์เวชภัณฑ์ ระบบการดูแลรักษา/ส่งต่อผู้ป่วย ระบบสื่อสาร การป้องกันควบคุมการติดเชื้อ และระบบรักษาความปลอดภัย โดยบูรณาการความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาชีพเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งกรม สบส.ได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรม ระบบไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ ร่วมสนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และให้ อสม.มีบทบาทในการร่วมจัดตั้งและดำเนินการในโรงพยาบาลสนาม ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการให้ความรู้และความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่โดยรอบ และร่วมพูดคุยในเวทีประชาคม เพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงแนวคิด ความจำเป็น ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามพร้อมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ และร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วยที่พักอยู่ในโรงพยาบาลสนามด้วย


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *