จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดพิธีถวายราชสดุดีแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

แชร์ข่าวนี้

วันที่ 2 มีนาคม 2564 เวลา 09.15 น. ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 15 พระนครศรีอยุธยา อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดและถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2564 จัดโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 15 พระนครศรีอยุธยา

โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีกว่า 100 คน เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย โดยประธานได้ประกอบพิธีจุดเทียนที่เครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพุ่มดอกไม้สด นำกล่าวคำถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติฯ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ต่อจากนั้น ประธานฯ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านช่างของพระองค์ อีกทั้ง ยังมีการออกบูธสาธิตในเรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน ระบบโซล่าเซลล์ ระบบไฟฟ้า การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติต่าง ๆ อีกมากมายจากสถานประกอบกิจการและหน่วยงานต่างๆ โดยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านให้เป็น “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” พร้อมกับกำหนดให้วันที่ 2 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2513 พระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ ณ ลุมพินีสถาน และพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการช่างของไทย

ความตอนหนึ่งว่า“…ช่างทุกประเภท เป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคนเพราะตลอดชีวิตของเรา เราต้องอาศัยและใช้บริการ หรือสิ่งต่างๆที่มาจากฝีมือช่างอยู่ทุกวี่ทุกวัน ผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆฝ่าย ยิ่งในสมัยปัจจุบันวิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูง ให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ ในการส่งเสริมนั้นมีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ ประการแรก ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิชาการ และความรู้ทางการออกแบบ ประการที่สอง ปัญหาเรื่องฝีมือซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความประณีตและประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ และประการที่สาม ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาด เพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำ มีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่าย การช่วยเหลือทั้งสามประการนี้ จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันไป เพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไร สำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวทางปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป…”

จากกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกลที่มีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคมจึงจำเป็นต้องพัฒนาให้มีมาตรฐานฝีมือ เพราะนั่นหมายถึงคุณภาพของสินค้าและบริการตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย แม้จะพระราชทานไว้เป็นเวลาผ่านมาถึง 50 ปีแล้ว ยังคงทันสมัยอยู่เสมอและนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *