ปิดฉาก ลิเกกาแฟสู้ชีวิต ผูกคอดับ พ้อ เราชนะ โอนช้าเครียดหมุนเงินไม่ทัน

แชร์ข่าวนี้

     ปิดฉาก ลิเกกาแฟ คนสู้ชีวิต อดีตพระเอกลิเกชื่อดัง แต่งชุดลิเกขายกาแฟ ตัดสินใจผูกคอลาโลก หลังถูกพิษโควิดเล่นงานหนักตลาดไร้นักท่องเที่ยว เมียเผยบ่นเครียดอยากตาย เงินเราชนะยังไม่เข้า หมุนเงินไม่ทัน

 
ลิเกกาแฟสู้ชีวิต
ภาพจาก ลิเกกาแฟ


          วันที่ 2 มีนาคม 2564 เดลินิวส์ รายงานว่า ร.ต.อ. เสนีย์ พาชอบ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุผูกคอตาย ในห้องเช่าแห่งหนึ่งพื้นที่หมู่ 3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรีบประสานไปยังแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูอยุธยาร่วมตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

          ที่เกิดเหตุพบศพนายพรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี เจ้าของร้านกาแฟโบราณ สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมสีแดง ใช้ผ้าพันคอสีน้ำเงินขลิบทองผูกคอกับลูกกรงประตูเหล็กหน้าห้อง คาดเสียชีวิตประมาณ 5-6 ชั่วโมง

         ส่วนที่ประตูไม้พบชุดลิเกสีน้ำเงินกับสีแดง ที่ไว้ใส่ขายกาแฟแขวนอยู่ และยังพบสมุดเขียนลา 1 เล่ม ข้อความประมาณว่า “ช่วยนงค์ด้วยเรื่องเงินกู้ ผมเอามาลงทุนขายที่ร้าน เหนื่อยจัง ขอไปก่อนโควิดรอบนี้ผมจำนำหมดกู้เงินมาขาย ก็ขาดทุน เอาอัฐิผมกับลูกสาวไว้ที่เดียวกัน หลวงพี่แก่ เจ้าอาวาสวัดกล้วยผมไม่มีเงินไปขอท่านมาทำทุนผมไม่ได้ใช้ท่านเลย รถให้เขามายึดไป หมดแล้ว ลาก่อน ลิเกกาแฟไม่สู้ชีวิต” จึงบันทึกและเก็บไว้เป็นหลักฐาน

          สอบสวนภรรยาผู้ตาย อายุ 56 ปี เล่าว่า แต่งงานอยู่กินกันมีลูกสาว 1 คน แต่ลูกเสียชีวิตไปแล้วหลายปี ต่อมาตนมีปัญหาแยกทางกันโดยผู้ตายอาศัยอยู่คนเดียว ในอดีตผู้ตายเคยเป็นพระเอกลิเก และเป็นเจ้าของคณะลิเกชื่อ พรชัยวัฒนา ที่เคยโด่งดังในอดีตแต่ด้วยอายุที่มากขึ้นประกอบกับความนิยมดูลิเกลดน้อยลง จึงยุบคณะหันมาเปิดร้านกาแฟละแวกวิหารพระมงคลบพิตร แหล่งท่องเที่ยวโดยแต่งชุดลิเกไปขายเพื่อเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยทุกเช้าผู้ตายจะมารับตนที่บ้านไปเปิดร้านกาแฟเพราะผู้ตายให้มาช่วยขาย

          โดยวันเกิดเหตุ ตนรุ้สึกแปลกที่เพราะผู้ตายไม่มารับเหมือนทุกวันจึงมาดูที่ห้องพบเป็นศพเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาเรื่องปัญหาการเงิน เพราะก่อนหน้านี้เคยบ่นให้ฟังว่าตั้งแต่แพร่ระบาดโควิด ขายของไม่ได้ไม่มีนักท่องเที่ยว จะขายได้แค่ช่วงวันหยุดหนำซ้ำสมัครร่วมโครงการคนละครึ่ง และ เราชนะ แต่ระบบโอนเงินเข้าช้าทำให้หมุนเงินใช้หนี้ไม่ทัน และยังเคยบ่นว่าเครียดอยากฆ่าตัวตาย ตนจึงปลอบไปว่าให้อดทนเหมือนคำขวัญของร้านกาแฟที่ว่า “ลิเกกาแฟ คนสู้ชีวิต”

          อย่างไรก็ตามหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด พร้อมนำศพส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


ลิเกกาแฟสู้ชีวิต
ภาพจาก ลิเกกาแฟ

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น