กรมควบคุมโรค เผยแผนการกระจายวัคซีนโควิด 19 ของไทย จะดำเนินการให้บริการวัคซีนจนครบ 63 ล้านโดส ภายในปี 2564 นี้

แชร์ข่าวนี้


กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยแผนการกระจายวัคซีนโควิด 19 ของประเทศไทย จะดำเนินการให้บริการวัคซีนจนครบ 63 ล้านโดส ภายในปี 2564 นี้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ มี.ค.-พ.ค. และ มิ.ย.-ธ.ค. โดยมีโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ประมาณ 1,000 แห่งร่วมให้บริการวัคซีนดังกล่าว ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจ ซึ่งขณะนี้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้อย่างรัดกุมและเป็นระบบ


นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าประเทศไทยมีนโยบายในการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 คือทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด 19 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต เพื่อปกป้องระบบสุขภาพของประเทศ และเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับแผนการกระจายวัคซีนโควิด 19 ของประเทศไทย ขณะนี้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้อย่างรัดกุมและเป็นระบบ โดยจะให้บริการวัคซีนจนครบ 63 ล้านโดส ภายในปี 2564 นี้ ซึ่งแผนนี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ, ศบค. และผ่าน ครม. อนุมัติให้ใช้งบกลางในการดำเนินการจัดการซื้อวัคซีนดังกล่าว
โดยแผนการกระจายวัคซีนโควิด 19 แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ในเดือนมีนาคม–พฤษภาคม 2564 จำนวน 2 ล้านโดส (วัคซีนของบริษัทซิโนแวค) โดยฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดที่มีความเสี่ยงก่อน ส่วนระยะที่ 2 ในเดือนมิถุนายน–ธันวาคม 2564 จำนวน 61 ล้านโดส (วัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า) ฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายในทุกจังหวัด โดยในระยะที่ 2 นี้ แบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงแรก วัคซีนจำนวน 26 ล้านโดส กระจายในเดือนมิถุนายน (6 ล้านโดส), กรกฎาคม (10 ล้านโดส) และสิงหาคม (10 ล้านโดส) ส่วนช่วงที่สอง วัคซีนจำนวน 35 ล้านโดส กระจายในเดือนกันยายน (10 ล้านโดส), ตุลาคม (10 ล้านโดส), พฤศจิกายน (10 ล้านโดส) และธันวาคม (5 ล้านโดส)
นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการดำเนินงานให้บริการวัคซีนดังกล่าว มีโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ประมาณ 1,000 แห่งร่วมให้บริการวัคซีนในครั้งนี้ ยกตัวอย่างการให้บริการในโรงพยาบาล 1,000 แห่ง ฉีดวันละ 500 โดส จำนวน 20 วันต่อเดือน รวมจำนวนเฉลี่ยฉีดต่อเดือน คือ 10 ล้านโดส และอาจเพิ่มการให้บริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ขนาดใหญ่บางแห่ง เพื่อฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมเร็วขึ้น ดังนั้น ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนมั่นใจในการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีการดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้อย่างรัดกุมและเป็นระบบทุกขั้นตอน ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น