กรมอนามัย แนะ พ่อแม่เลือกหน้ากากป้องกันฝุ่นที่เหมาะสมให้เด็ก เมื่อจำเป็นต้องออกนอกอาคาร

แชร์ข่าวนี้



​กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หนุนพ่อแม่สวมหน้ากากให้เด็กป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แนะนำเลือกหน้ากากป้องกันฝุ่นที่เหมาะสม ได้แก่ หน้ากาก N95 ที่มีขนาดเล็กพอดีกับใบหน้าของเด็กจะช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นจากภายนอกรั่วผ่านเข้าไปได้ แต่หากหาหน้ากาก N95 ขนาดที่พอดีกับใบหน้าของเด็กไม่ได้สามารถใช้ หน้ากากอนามัยเด็กแบบ 3 ชั้น หรือหน้ากากผ้าที่เย็บซ้อนกันอย่างน้อย 2 ชั้น แต่ต้องปรับสายรัดให้แน่นกระชับมากขึ้น
​นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5ยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั้งเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ต้องเฝ้าระวังและป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ เด็กที่สัมผัสกับมลพิษทางอากาศในระดับสูงอาจมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังในระยะยาว เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางระบบประสาทและความสามารถทางปัญญาของเด็ก เนื่องจากปอดของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้มีอัตราหายใจที่ถี่กว่าผู้ใหญ่ ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูพี่เลี้ยง ควรดูแลเด็กทั้งกลุ่มปกติทั่วไปและเด็กที่มีโรคประจำตัวที่ต้องได้รับการดูแลและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากจำเป็นต้องออกนอกอาคารให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นที่เหมาะสม และไม่ใช้เวลาอยู่นอกอาคารเป็นเวลานาน โดยเลือกหน้ากาก N95 ที่มีขนาดเล็กพอดีกับใบหน้าของเด็ก เมื่อเด็กสวมอย่างแนบกระชับ จะไม่มีช่องให้ฝุ่นจากภายนอกรั่วผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นขนาด 0.3 ไมครอน ได้ 95 เปอร์เซ็นต์ หน้ากากชนิดนี้มีทั้งแบบ มีวาล์วระบายอากาศกับแบบไม่มีวาล์วระบายอากาศ สำหรับเด็กอาจแนะนำให้สวมหน้ากากแบบมีวาล์วระบายอากาศเพื่อช่วยระบายอากาศ ความร้อน และความชื้นที่สะสมภายในหน้ากาก ทำให้สวมหน้ากากได้นานขึ้น ไม่อึดอัด
​“สำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่หาหน้ากาก N95 ขนาดที่พอดีกับใบหน้าของเด็กไม่ได้ ก็สามารถใช้หน้ากากอนามัยเด็กแบบ 3 ชั้น โดยสวมให้คลุมจมูกและปาก ซึ่งจะช่วยป้องกันฝุ่นละอองขนาดใหญ่ หรือให้เด็กสวมหน้ากากผ้า แต่ควรเลือกหน้ากากที่ทำจากผ้าเนื้อแน่น เย็บซ้อนกันอย่างน้อย 2 ชั้น ขนาดเหมาะกับใบหน้าโดยวัดจากสันจมูกลงมาจนถึงปลายคาง และควรปรับสายรัดให้แน่นกระชับมากขึ้น ซึ่งทั้งหน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้า แม้ว่าประสิทธิภาพการกรองฝุ่นจะน้อยกว่าหน้ากาก N95 แต่หากใส่ได้ถูกต้อง จะช่วยลดปริมาณฝุ่นที่หายใจเข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งนี้ เด็กที่เริ่มสามารถใส่หน้ากากได้ ควรเป็นเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป เพราะหากเด็กหายใจไม่เพียงพอหรือเกิดความผิดปกติ ขณะหายใจเด็กจะสามารถดึงหน้ากากออกจากหน้าเองได้” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น