สศก. เผยตัวเลขเอกภาพไม้ผลตะวันออก ปี 64 ผลผลิตรวมกว่า 9 แสนตัน ย้ำ เกษตรกร-พ่อค้า อย่าตัดทุเรียนอ่อนขาย หากฝ่าฝืนจะมีโทษ

แชร์ข่าวนี้

นายชัฐพล สายะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลสำรวจข้อมูลเอกภาพของไม้ผลตะวันออก (จันทบุรี ระยอง ตราด) ปี 2564 (ข้อมูล ณ 26 มีนาคม 2564) โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก พบว่า ไม้ผลทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง มีผลผลิตรวม 900,126 ตัน ลดลงจากปี 2563 ที่มีจำนวน 995,501 ตัน (ลดลง 95,375 ตัน หรือร้อยละ 10) เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หนาวเย็นนาน สลับกับมีฝนตกในช่วงปลายปี 2563 จนถึงถึงต้นปี 2564 ทำให้ออกดอกได้น้อย ไม่เต็มต้น โดย ทุเรียน ให้ผลผลิต 575,542 ตัน (เพิ่มขึ้น 25,507 ตัน หรือร้อยละ 5) มังคุด 106,796 ตัน (ลดลง 105,549 ตัน หรือร้อยละ 50) เงาะ 197,708 ตัน (ลดลง 12,929 หรือร้อยละ 6) และลองกอง 20,080 ตัน (ลดลง 2,404 ตัน หรือร้อยละ 11) ทั้งนี้ ผลผลิตทั้ง 4 ชนิดจะออกมากช่วงเดือนพฤษภาคม 2564

สำหรับสถานการณ์ภาพรวมไม้ผลทั้ง 4 ชนิด พบว่า ทุเรียน ขณะนี้ ออกดอกแล้วทั้งหมด ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวในช่วงแรกเป็นทุเรียนพันธุ์เบา และทุเรียนที่ใช้สารกระตุ้นการออกดอกจะเป็นพันธุ์กระดุมและหมอนทอง ซึ่งเกษตรกรทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมเป็นต้นมาและสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวกลางเดือนกรกฎาคม 2564 โดยผลผลิตจะออกชุกช่วงปลายเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงปลายเดือนพฤษภาคม 2564 มังคุด ปีนี้ออกดอกล่าช้าเนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ ส่งผลให้ออกดอกเพียงร้อยละ 50 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระยะดอกบาน และเป็นผลเล็ก กลาง ใหญ่มังคุดมีหลายรุ่น เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เล็กน้อยตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และจะเก็บเกี่ยวได้มากที่สุดช่วงเดือนมิถุนายน 2564

ด้านลองกอง ขณะนี้ ออกดอกแล้วร้อยละ 60 สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปีหากสภาพต้นลองกองใบเหลืองสลด ขาดแคลนน้ำ ปีนี้การพัฒนาช่อดอกยืดยาวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมาและคาดว่าความแห้งแล้งของอากาศหลังจากนี้จะส่งผลให้ลองกองออกดอกชุดหลังอีกรอบในช่วงปลายเมษายนถึงพฤษภาคม 2564 เมื่อมีฝนตกกระตุ้นช่วงดังกล่าว ซึ่งเกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงตุลาคม 2564 และจะเก็บเกี่ยวได้มากที่สุดช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 ส่วน เงาะ ออกดอกแล้วทั้งหมด ขณะนี้อยู่ในระยะพัฒนาการขึ้นลูกและเติบโตทางผลเริ่มเข้าเนื้อ และเก็บเกี่ยวได้เล็กน้อย ซึ่งในปีนี้เงาะพันธุ์สีทองและเงาะพันธุ์โรงเรียนการออกดอกและเก็บเกี่ยวจะอยู่ในช่วงระยะเดียวกันอาจจะมีปัญหาการกระจุกตัวของเงาะได้ ส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวได้มากช่วงกลางเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนมิถุนายน 2564

ปีนี้การเตรียมความพร้อมจัดหาแหล่งน้ำของเกษตรกร และปริมาณน้ำในแหล่งชลประทานต่าง ๆ มีมากกว่าปี 2563 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ทำการบินทำฝนเทียมช่วยเหลือเกษตรกรไปบ้างแล้ว สำหรับด้านระบบโลจิสติกส์ที่จะต้องนำสินค้าเข้าสู่ประเทศจีน คาดว่าจะคล่องตัวมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากผู้ประกอบการด้านการส่งออกของประเทศไทยและจีน ได้มีการประชุมหารือแนวทางร่วมกันเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้ว ส่วนแนวทางการรับซื้อทุเรียนในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม ล้งและพ่อค้าผู้ส่งออกตั้งราคารับซื้อแบบเหมาสวน ซึ่งมีการจัดแบ่งตามเกรดส่งออกตามมาตรฐาน GAP และ GMP ที่ประเทศจีนกำหนด ราคาอยู่ระหว่างกิโลกรัม 130 – 190 บาท ทั้งนี้ ราคารับซื้อแบบเหมาสวนล่วงหน้าระหว่างวันที่ 1 – 10 เมษายน 2564 ทุเรียนเกรดมาตรฐานส่งออกเกรด AB ล้งรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 160 บาท ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่อยู่ในเกณฑ์สูง เกษตรกรพึงพอใจมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรและผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับคุณภาพ ของทุเรียน และอย่าตัดทุเรียนอ่อนหรือด้อยคุณภาพออกจำหน่าย ซึ่งหากมีการลักลอบตัดทุเรียนอ่อน จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด รวมถึงการยึดใบ GAP ของเกษตรกร และใบ GMP ของผู้ประกอบการ สำหรับเกษตรกรหรือผู้สนใจข้อมูล ไม้ผลภาคตะวันออก สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.6 โทร. 0 3835 2435 หรืออีเมล zone6@oae.go.th


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *