กรมอนามัย ย้ำ 9 ข้อ กำชับสถานบันเทิง ผับ บาร์ คุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19

แชร์ข่าวนี้



กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย ประชาชนสวมหน้ากากเมื่อไปสถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้อยละ 88.7 ย้ำผู้ประกอบการปฏิบัติเข้มตามมาตรการป้องกันโควิด-19 พร้อมขอความร่วมมือเข้าประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus (TSC+) เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการ


​นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อ หลายกรณีที่เชื่อมโยงกับสถานประกอบการประเภทสถานบันเทิง ผับ บาร์ ซึ่งนับว่ามีความเสี่ยงสูง ผู้ประกอบการประเภทดังกล่าวจึงต้องยกระดับการคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งผลการสำรวจอนามัยโพลเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในการป้องกันโรคโควิด 19 ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ผู้ตอบจำนวน 7,505 คน พบว่าในภาพรวมประชาชนสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่อไปที่สาธารณะร้อยละ 92.6 และพบว่าประชาชนสวมหน้ากากเมื่อไปสถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้อยละ 88.7 เมื่อวิเคราะห์เฉพาะในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร พบว่า ประชาชนสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่อไปที่สาธารณะร้อยละ 96.4 ในขณะที่ร้อยละประชาชนสวมหน้ากากเมื่อไปสถานบันเทิง ผับ บาร์ เพียงร้อยละ 75
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ทุกสถานประกอบการยังคงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรคโควิด-19 ดังนี้ 1) ให้มีระบบการคัดกรองพนักงานหรือผู้ให้บริการ และผู้มาใช้บริการ 2) ให้พนักงานหรือผู้ให้บริการ และผู้มาใช้บริการ ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้นนักร้อง นักดนตรี ให้ถอดหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยในช่วงเวลาแสดงดนตรีหรือร้องเพลง และจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันตนเองที่จำเป็นสำหรับพนักงาน คัดกรองพนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม เช่น แผ่นใสครอบหน้า (Face shield) ถุงมือ เป็นต้น 3) จัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ไว้บริการในบริเวณต่างๆ ของสถานบันเทิง 4) จำกัดจำนวนผู้มาใช้บริการไม่ให้แออัด 5) ลดระยะเวลาโดยการจองทางออนไลน์ และลดการสัมผัส เช่น มีระบบการจ่ายเงินแบบออนไลน์ใช้ถาดหรืออุปกรณ์ในการรับเงิน เป็นต้น 6) มีการจัดระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างบุคคล โต๊ะในร้าน และระหว่างเวทีกับผู้มาใช้บริการ 7) ควบคุมไม่ให้มีกิจกรรมอื่นที่ใช้เสียงดัง (นอกจากการแสดงบนเวที) หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลและการแพร่กระจายเชื้อ 8) ให้ทำความสะอาดพื้นที่หรือบริเวณที่มีการสัมผัสร่วมกัน 9) จัดให้มีการระบายอากาศที่ดี กรณีสถานที่อยู่ในอาคารหรือเป็นพื้นที่ปิด ควรจัดทำระบบระบายอากาศหรือปรับอากาศให้มีอัตราการหมุนเวียนของอากาศอย่างเพียงพอ และทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศตามระยะเวลาที่กำหนด
“ขณะนี้ กรมอนามัยร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน สมาคม องค์กรต่าง ๆ ขับเคลื่อนมาตรการ “3 สร้าง” ได้แก่ สร้างมาตรฐาน สร้างความปลอดภัย สร้างความมั่นใจ ผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus (TSC+) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับผู้ประกอบการ กิจการ กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชน โดยมีกรอบแนวคิดหลัก 3 ส่วน คือ 1) ผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานกิจการ ด้วยการลงทะเบียน ศึกษาแนวทางและดำเนินการประเมินตนเอง และรับใบประกาศรับรองตนเอง (E-certificate) พร้อม QR code ให้ประชาชนตรวจสอบ 2) เจ้าพนักงานรัฐ ใช้ข้อมูลสถานประกอบการในการกำกับ ประเมิน ผ่านระบบ และ 3) ประชาชนตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการโดย Scan QR code ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าสถานประกอบการประเภทสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ เข้ามาประเมินใน Thai stop COVID Plus (TSC+) เพียง 116 แห่ง ผ่านการประเมิน 104 แห่ง ไม่ผ่าน 12 แห่ง จึงอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาด ดังนั้นจึงขอความร่วมมือ สถานประกอบการประเภทดังกล่าวได้เข้ามาประเมินตนเองเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *