กรมอนามัย ผลักดันทุกกลุ่มวัยเข้าถึงบริการและข้อมูลสุขภาพอย่างเท่าเทียม

แชร์ข่าวนี้

กรมอนามัย ผลักดันทุกกลุ่มวัยเข้าถึงบริการและข้อมูลสุขภาพอย่างเท่าเทียม


​กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทุกกลุ่มวัยและเข้าไม่ถึงบริการด้านสุขภาพ เร่งผลักดันการเข้าถึงบริการและข้อมูลความรอบรู้ เพื่อความเท่าเทียมด้านสุขภาพในสังคมไทย

 

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__33357866-1024x733.jpg
​นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดคำขวัญวันอนามัยโลก (World Health Day) ในปีนี้คือ “building a fairer , healthier world” หรือสร้างโลกที่เป็นธรรมและมีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยชวนทุกคนมาสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมและ มีสุขภาพที่ดีขึ้น เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการบริการสุขภาพและการรักษาได้อย่างเท่าเทียม สำหรับ ประเทศไทยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการป้องกันในกลุ่มเปราะบางการเข้าถึงบริการด้านต่าง ๆ ทำได้ยากภายใต้สถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งพบว่ากลุ่มเด็กทารก เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ นอกจากจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อแล้ว ยังได้รับผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและสาธารณสุข ตั้งแต่การเข้าถึงอาหาร โภชนาการ และการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กที่กระทบจากการปิดสถานศึกษา ซึ่งพบว่าเด็กอายุ 0-5 ปี ไม่ได้มารับบริการในคลินิกสุขภาพเด็กดี หรือไม่ได้รับบริการต่อเนื่อง โดยพบว่าความครอบคลุมของการชั่งน้ำหนัก วัดความยาว ส่วนสูง ช่วงไตรมาส 3 ปี 2563 ในภาพรวมของประเทศพบเพียงร้อยละ 67.9 ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดคือร้อยละ 90 ทำให้เด็กไม่ได้รับการส่งเสริมด้านโภชนาการและพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย
​นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า กลุ่มหญิงตั้งครรภ์กระทบต่อการเข้าถึงการฝากครรภ์ที่ครบถ้วนตามมาตรฐานเนื่องจากต้องปรับบริการไปรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งจากรายงานสถานการณ์งานอนามัยแม่ และเด็ก ปี 2563 พบว่าหญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์เมื่ออายุครรภ์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ร้อยละ 82.9 ฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 77.1 หญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางเมื่ออายุครรภ์ 32-34 สัปดาห์ ร้อยละ 15.97 นอกจากนี้ยังพบปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศของเด็กที่มีมากขึ้น ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงไม่ได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุหรือ Caregiver การเข้าถึงข้อมูลและความรู้เพื่อการตัดสินใจฉีดวัคซีนโควิด ตลอดจนความปลอดภัยด้านสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการ กิจการสาธารณะ
​“ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวกรมอนามัยได้ส่งเสริมให้ผู้ปกครองสร้างความรอบรู้กับครอบครัวในเรื่องโภชนาการและการเจริญเติบโต และขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างระบบการสนับสนุน ที่เหมาะสมแก่ครอบครัวที่มีฐานะยากจน รวมทั้งการผลักดัน 3 หมอ และแอปพลิเคชัน Save Mom ในการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ การเฝ้าระวังเด็กกลุ่มเสี่ยงที่เด็กอาจถูกล่วงละเมิดทางเพศและพัฒนากลไกความรอบรู้ เพื่อป้องกันตนเอง ผลักดันการใช้ Blue Book Online เพื่อสนับสนุนให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) ใช้ดูแลผู้สูงอายุกลุ่มพึ่งพิงอย่างมีคุณภาพ รวมถึงสร้างการเข้าถึงข้อมูลความเสี่ยงจากการป่วยด้วยโรคโควิด-19 และความปลอดภัยจากการฉีดวัคซีนและกระจายวัคซีนอย่างเป็นธรรม ตลอดจนควบคุมกำกับสถานประกอบการ ให้ดำเนินมาตรการความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
***
​ศูนย์สื่อสารสาธารณะ/ 8 เมษายน 2564


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *