สลด หลานชาย-หลานสาว 8 ขวบ จมน้ำคลองชลประทาน ยายโดดลงไปช่วยดับหมู่ 3 ศพ

แชร์ข่าวนี้

ยายพาหลานชาย-หลานสาว วัย 8 ขวบ เล่นน้ำคลองชลประทาน พบอีกทีกลายเป็นศพทั้ง 3 คน 

(21 เม.ย.64) เมื่อเวลา 17.00 น. ร.ต.ท.จิรายุ วงศ์วิวัฒน์ ร้อยเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า มีเหตุคนจมน้ำ 3 คน ภายในคลองชลประทาน บ้านหนาด ต.เหนือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยกู้ชีพกู้ภัย

โดยที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสะพานข้ามคลองชลประทาน บ้านหนาด  ม.5 ต.เหนือ เจ้าหน้าที่พบหน่วยกู้ภัยและนักประดาน้ำกำลังช่วยกันงมหาร่างผู้จมน้ำทั้ง 3 ราย ต่อมาไม่นานหน่วยกู้ภัยได้น้ำร่างผู้จมน้ำเสียชีวิตขึ้นมา โดยศพแรกคือเด็กหญิงพิมพ์ชนก อายุ 8 ปี จากนั้นหน่วยกู้พยายามค้นหาอีก 2 คน กระทั่งพบศพรายที่ 2 คือ นางสมบัติ อายุ 66 ปี จากนั้นได้พบศพรายที่ 3 คือเด็กชายกฤติเดช อายุ 8 ปี ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นยายกับหลาน โดยห่างไปเล็กน้อยพบวัวที่ถูกผูกไว้ริมคลอง 1 ตัว

จากการสอบถามนางอนัญญา อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นลูกของนางสมบัติ เป็นแม่ของเด็กชายกฤติเดช และเป็นป้าของเด็กหญิงพิมพ์ชนก ทราบว่า ก่อนหน้านี้ แม่ของตน ซึ่งเป็นยายของหลานทั้งสองคนนำวัวออกไปเลี้ยง และทั้งสองคนได้ลงเล่นน้ำ ริมคลองชลประทานหรือคลองฮีโร่ ซึ่งยายได้ใช้เชือกผูกไว้เพื่อป้องกันการจมน้ำ และในวันนี้ก็นำวัวออกไปเลี้ยงอีก และทั้งสองคนลงเล่นน้ำอีก แต่ตอนเกิดเหตุเห็นหลานกำลังจะจมน้ำและคาดว่ายายเมื่อเห็นหลานทั้งสองคนจมน้ำได้กระโดดลงไปช่วย แต่เนื่องจากอายุมากและมีเชือกผูกจึงทำให้จมน้ำเสียชีวิตทั้ง 3 คนพร้อมกัน

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแพทย์ได้ทำการชันสูตรศพทั้ง 3 ราย และจะสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง อย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าสาเหตุการจมน้ำเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุใด เบื้องต้นได้มอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ด้านนายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้ประกาศเตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังการลงเล่นน้ำ เนื่องจากในขณะนี้เขื่อนลำปาวได้ทำการส่งน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงพื้นที่ทางการเกษตรและจะทำการปิดน้ำในวันที่ 30 เมษายนนี้จึงทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มและแรงมากขึ้น ที่จะทำให้เสียชีวิตได้อีกทาง ก็ขอให้ระมัดระวังการเล่นน้ำตามห้วย หนอง คลองบึง เนื่องจากอากาศที่ร้อนอาจจะทำให้เป็นลมแดดและเสียชีวิตได้ ในส่วนของการเสียชีวิตจะได้ทำการช่วยเหลือเยี่ยวยาต่อไป

 


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *