กรมสุขภาพจิต แนะไม่ผลิตซ้ำเรื่องการฆ่าตัวตายถวายเป็นพุทธบูชา หวั่นส่งผลด้านจิตใจต่อประชาชน รุดส่งทีมสุขภาพจิตติดตามผลกระทบที่อาจขยายวงในชุมชน

แชร์ข่าวนี้


วันนี้ (23 เมษายน 2564) จากข่าวสะเทือนขวัญที่อดีตเจ้าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งอ้างความเชื่อของลัทธิได้ทำการอัตวินิบาตกรรมตัดคอถวายอ้างเป็นพุทธบูชา กรมสุขภาพจิตได้ติดตามพบว่ายังคงมีการนำเสนอต่อเนื่องจากสื่อ จึงขอความร่วมมือในการไม่เผยแพร่และไม่ส่งต่อข้อมูลขั้นตอนการฆ่าตัวตายเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเปราะบาง ทั้งนี้ได้ดำเนินการส่งทีมสุขภาพจิตเพื่อติดตามผลกระทบที่อาจขยายวงในชุมชนแล้ว
แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นนั้นมีแนวโน้มเกิดจากการผสมกันของเชื่อและความคิดที่อาจไม่ถูกต้องตรงหลักพระพุทธศาสนา กรมสุขภาพจิตจึงอยากให้ประชาชนนำเรื่องแก่นแท้และความเชื่อทางศาสนามาศึกษาและทำความเข้าใจ และขอให้คนที่เชื่อและศรัทธาในเรื่องที่ไม่ถูกต้องนี้ต้องตระหนักและชั่งใจอย่างมาก รวมถึงพูดคุยอย่างจริงจังเพื่อสร้างความเข้าใจกับคนรอบข้างที่มีความเชื่อที่ค่อนข้างอันตรายเช่นนี้ เพื่อป้องกันความสูญเสียให้กับตนเองกับครอบครัว
แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวต่อไปว่า กรมสุขภาพจิตติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และพบว่ายังมีการผลิตซ้ำจากบางสื่อมวลชนและผู้ชมบางส่วน รวมถึงการส่งต่อภาพที่มีความรุนแรงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จึงอยากขอความร่วมมือจากพี่น้องสื่อมวลชนและประชาชนให้หยุดการผลิตซ้ำในกรณีนี้และกรณีอื่นๆ ไม่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลขั้นตอนการฆ่าตัวตาย การที่มีภาพหรือนำเสนอข่าวบ่อยครั้งจะดึงให้เกิดความสำคัญ ทำให้คนมีแนวโน้มความคิดอยู่แล้วคล้อยตามได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งนี้กรมสุขภาพจิตยังมีความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุ และได้ดำเนินการประสานงานกับบุคลากรในพื้นที่เพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือและติดตามปัญหาด้านสุขภาพจิตแล้ว เพราะอาจมีผู้ที่มีความเปราะบางทางด้านจิตใจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากเหตุการณ์ในเบื้องต้นไม่พบผู้ที่อาจมีปัญหารุนแรง และจะดำเนินการติดตามประชาชนในพื้นที่ต่อเนื่องในระยะยาวต่อไปอย่างไรก็ตาม หากประชาชนที่มีความเครียดและเกิดเปราะบางทางจิตใจจากการรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาการยังไม่ดีขึ้น เช่น ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ มีความเครียดรุนแรง รู้สึกเศร้ามาก หรือมีความคิดอยากทำร้ายตนเอง ควรปรึกษาคนใกล้ชิด หรือสามารถขอรับบริการปรึกษาที่สถานบริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหาทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *