นายกฯนำครม.อายุเกิน60ฉีดวัคซีนแอสตราฯเข็ม2

แชร์ข่าวนี้

นายกฯ นำครม.อายุเกิน 60 ปี ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มที่ 2 พร้อมตรวจเยี่ยมประชาชน ที่มารอรับการฉีดวัคซีน ที่สถาบันบำราศนราดูร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีบางส่วน ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เดินทางรับการ ฉีดวัคซีน ป้องกันโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา เข็มที่ 2 ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติชั้น 7 สถาบันบำราศนราดูร โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่ฉีดวัคซีนให้กับนายกรัฐมนตรี หลังรับการ ฉีดวัคซีนโควิด เข็มแรก ไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอประประชาชน เชื่อมั่นในประสิทธิภาพของวัคซีนทั้ง 2 ชนิดที่เรามี ยืนยันว่ามีประสิทธิภาพ และผ่านการประเมินติดตามผลมาเป็นอย่างดี แต่ยอมรับอาจมีผลข้างเคียงบ้างแต่ไม่รุนแรง หลังจากนี้จะต้องเร่งกระจายวัคซีนไปยังประชาชน ยืนยันทุกคนจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน

จากนั้น เมื่อผ่านขั้นตอนการเฝ้าสังเกตอาการ 30 นาที  นายกรัฐมนตรี จะตรวจเยี่ยมประชาชน ที่มารอรับการฉีดวัคซีน ที่ หอประชุมอัจรา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับการฉีดวัคซีนป้องโควิด-19 ก่อนที่เดินทางไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการเชื่อมสวนสาธารณะ “เบญจกิติ” กับสวนสาธารณะอื่นๆ ในกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ ขอมั่นใจคุณภาพวัคซีน ย้ำได้ฉีดทุกคน รับมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เป็นอันตรายที่ถึงแก่ชีวิต อย่าบิดเบือน

ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา ในเข็มที่ 2 ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติชั้น 7 สถาบันบำราศนราดูร โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ฉีดวัคซีนให้นายกรัฐมนตรี จากนั้น ได้พักเพื่อสังเกตอาการ 30 นาที

ทั้งนี้  นายกรัฐมนตรี ขอให้เชื่อมั่น คุณภาพของวัคซีนที่เรามีอยู่ ทั้ง 2 ยี่ห้อ แม้กระทั่งยี่ห้ออื่นที่จะจัดหาเพิ่มเติม ที่เราได้มีการตรวจสอบอย่างรัดกุมรอบคอบ ให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน สาธารณสุข ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ โดยตนเองมาฉีดเพราะไว้ใจ ในการตรวจสอบ โดยเฉพาะ ประสิทธิภาพ ปลอดภัย ซึ่งยอมรับว่าอาจจะมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เป็นอันตรายที่ถึงแก่ชีวิต ซึ่งทุกคนจะต้องฟังคำแนะนำของแพทย์ ก่อนที่จะเข้ารับการฉีดจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

ประเด็นสำคัญคือการ กระจายสถานที่ฉีดวัคซีน ให้ทั่วถึง ที่ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ได้จัดเตรียมสถานที่เหล่านี้ไว้ เราจะพยายามจัดหาเท่าที่สามารถทำได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าขณะนี้มีประชาชนเข้ามาลงทะเบียน หมอพร้อมจำนวนมาก จึงต้องนำมาพิจารณาปรับแผนการกระจายวัคซีน ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในรอบใหม่ รวมทั้งจำนวนวัคซีนที่ทยอยเข้ามา และอยู่ในขั้นตอนการเจรจา แต่ยืนยันว่า ทุกคนจะได้ฉีดวัคซีนแน่นอน ซึ่งเชื่อมั่นในขีดความสามารถสาธารณสุขของไทยว่าจะสามารถดำเนินการได้ ซึ่งมั่นใจว่าเราจะบริหาร ได้เพียงแต่ขอให้เข้าใจ ไม่ต้องการให้ใครนำไปบิดเบือน ซึ่งยอมรับว่าการทำงานย่อมมีปัญหา แต่ต้องได้รับการแก้ไข ไม่มีสูตรใดสูตรหนึ่ง ที่สามารถทำได้ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญวันนี้มี 2 เรื่อง คือปริมาณวัคซีนที่เรามีอยู่และขีดความสามารถในการบริการของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาด ที่วันนี้มีหลายจังหวัดเป็นพื้นที่สีแดงและมีหลายกลุ่มที่มีอันตราย โดยเฉพาะแรงงาน ที่เกี่ยวกับการก่อสร้างละ อุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นแหล่งจ้างงานเป็นแหล่งผลิตสินค้า เพื่อการส่งออก นอกจากนี้ กลุ่มที่จะต้องให้ความสำคัญคือบุคลากรทางการศึกษา ที่เตรียมการเปิดภาคเรียน

นายกฯมอบ สธ.-มท.ดูกระจายวัคซีน  มั่นใจ คุมการระบาดสายพันธ์อินเดีย-แอฟริกาใต้ได้ ขออย่าประมาท อย่าตระหนก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในการกระจายวัคซีน พื้นที่ต่างจังหวัดได้มอบหมายให้ทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข หารือร่วมกัน ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ดังนั้นในส่วนของแผนการกระจายวัคซีน จะต้องมีการปรับตลอดเวลา หากวัคซีนมาพอก็เป็นไปตามแผน และถ้าหากวัคซีนมาน้อยก็ต้องมีการปรับแผน ซึ่งสิ่งสำคัญวันนี้คือจะต้องฉีดให้กับผู้ที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม  แต่จะต้องพิจารณาตามความเร่งด่วน ยืนยันจะฉีดวัคซีนให้กับทุกคน  และขอให้ฟังคำแนะนำจากหมอที่อยู่ในระบบชี้แจง ซึ่งเชื่อว่า แพทย์ทุกคนหวังดีพูดแต่บางครั้งพูดไม่ตรงกัน ก็ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน

ส่วนการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ทั้งสายพันธุ์อินเดีย และสายพันธุ์แอฟริกาใต้ นายกฯยืนยันว่า ระบบสาธารณสุข สามารถจะดูแลได้ แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนด้วย ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด ปล่อยตัว จนสถานการณ์การณ์แรงขึ้นเมื่อมาหาหมอก็ไม่ทันแล้ว พร้อมกล่าวว่า วันนี้เรามียารักษา ทั้งฉีดและกิน ไม่อยากให้ทุกคนประมาทและตื่นตระหนก ขอให้มั่นใจหากมีอาการผิดปกติก็ไปพบแพทย์ให้ทันเวลา ไม่ว่าเชื้ออะไรก็ตามอย่าปิดบัง และช่วงท้ายนายกรัฐมนตรี กล่าวผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วจะได้รับแมส #I got my shot (DDC) #ฉีดช่วยชาติ และวัคซีนพาสปอร์ต เป็นสัญลักษณ์การฉีดวัคซีนครบแล้ว โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ช่วยกันทำเพื่อชาติช่วยประชาชนของเรา รักกันมากๆ สามัคคีกันมากๆ ทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไปได้ เราจะต้องชนะไปด้วยกัน”

ทั้งนี้ ระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มที่สองของนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้ให้ข้อมูลว่า องค์การอนามัยโลกได้ ให้การรับรองวัคซีนซิโนแวคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ ก่อนเดินทางกลับหลังการเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่สองแล้วพล.อ.ประยุทธ์ ได้ยกมือชู 2 นิ้ว สัญลักษณ์สู้ๆให้กับกลุ่มสื่อมวลชนและ ประชาชนที่เดินทางมายังสถาบันบำราศนราดูร รวมทั้งขณะที่ขบวนรถได้แล่นผ่านประชาชนและสื่อมวลชนด้านหน้าสถาบันพล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ รถกระจกลงพร้อมชู 2 นิ้ว ตลอดเส้นทาง ก่อนเดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล

 


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น