ทุเรียนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันจนกลายเป็น “ทุเรียนฟีเวอร์” ซึ่งทุเรียนนนท์ถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่อยู่คู่เมืองนนท์มาช้านานและมีราคาสูง

แชร์ข่าวนี้

ทุเรียนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันจนกลายเป็น “ทุเรียนฟีเวอร์” ซึ่งทุเรียนนนท์ถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่อยู่คู่เมืองนนท์มาช้านานและมีราคาสูง


หากพูดถึงจังหวัดนนทบุรี เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยจะต้องนึกถึง “ทุเรียนนนท์” ซึ่งถือได้ว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์คู่เมืองนนท์ แต่ในปัจจุบันกำลังจะเลือนหายเหลือแต่ในความทรงจำ เพราะน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ที่สร้างความเสียหายแก่สวนทุเรียนในพื้นที่เกือบหมด หลายคนถอดใจเลิกทำสวนไปเพราะกว่าจะปลูกให้ได้ผลผลิตนั้นใช้เวลายาวนานมาก แต่อย่างไรก็ดียังมีสวนแห่งหนึ่งที่สามารถรอดพ้นช่วงวิกฤตินั้นไปได้ “สวนทุเรียนนนท์ ป้าต้อย-ลุงหมู” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 ไร่ หมู่ 3 ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี เป็นสวนอนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนนทบุรี ที่ยังคงมีทุเรียนนนท์หลงเหลืออยู่ ซึ่งคำว่า “ทุเรียนนนท์” หรือ “ทุเรียนสวน” นั้นเป็นชื่อเรียกรวมทุเรียนทุกสายพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่ดินของจังหวัดนนทบุรี ไม่ว่าจะเป็น ก้านยาว หมอนทอง ชะนี กระดุม กบ ฯลฯ ส่วนทุเรียนที่ปลูกที่ภาคอื่นนั้นชาวสวนนนท์จะเรียกว่า “ทุเรียนนอก” ซึ่งสิ่งที่ทำให้ทุเรียนนนท์นั้นมีรสชาติหอมอร่อย เนื้อหวาน เพราะสภาพภูมิศาสตร์ของดินและปัจจัยการปลูก เช่น การปลูกแบบยกร่อง และปลูกผสมผสานกับผลไม้อื่นๆ ซึ่งจังหวัดนนทบุรี นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียง และเป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ และมีราคาสูงของประเทศ โดยมีพื้นที่การปลูกทุเรียนทั้งหมด จำนวน 2,470 ไร่ เกษตรกร 1,087 ครัวเรือน ทุเรียนนนท์ เป็นทุเรียนที่มีรสชาติอร่อยเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค สวนทุเรียนป้าต้อย ลุงหมู ถือเป็นสวนที่อนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนนทบุรี มีรูปแบบการปลูกแบบผสมผสานยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ภายในสวนมีทั้งทุเรียน และผลไม้อื่นๆ ด้วย อาทิ มังคุด มะม่วง กล้วย ขนุน และยังมีต้นทุเรียนที่ได้รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ทุเรียนก้านยาว จากในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งป้าต้อยได้นำมาปลูกไว้ที่สวนจนถึงทุกวันนี้


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *