ไทยต้องรอด! รัฐบาลซื้อวัคซีนไฟเซอร์ – Johnson & Johnson 25 ล้านโดส อย. อนุมัติแล้ว

แชร์ข่าวนี้

รอลุ้น วัคซีนโควิด Pfizer และ Johnson & Johnson 25 ล้านโดส เข้าไทยช่วงปลายปี 2564 หลังรัฐบาลอนุมัติซื้อ
 
 
วัคซีน Pfizer, วัคซีน Johnson & Johnson
ภาพจาก malazzama / Shutterstock.com

         วันที่ 27 มิถุนายน 2564 สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น จากสถานการณ์โควิด 19 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งเสียงเรียกร้องต้องการวัคซีนมากยิ่งขึ้น จนทำให้รัฐบาลจะต้องเร่งหาวัคซีนให้ได้มากที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุด เบื้องต้นรัฐบาลได้ดำเนินการสั่งซื้อวัคซีน Pfizer และ Johnson & Johnson รวม 25 ล้านโดส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติการขึ้นทะเบียน วัคซีนโคเมอร์เนตี (Comirnaty) ของ Pfizer ซึ่งเป็นวัคซีนโควิด 19 รายการที่ 6 ของไทย โดยวัคซีนตัวนี้เป็นวัคซีนชนิด mRNA ที่คิดค้นและพัฒนาโดย Pfizer ร่วมกับ BioNTech
 
         สำหรับแผนการฉีดคือ ฉีดจำนวน 2 เข็ม เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 21 วัน สำหรับผู้ที่อายุ 12 ปีขึ้นไป และเมื่อฉีดครบทั้ง 2 เข็มแล้ว จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 สูงถึง 91.3 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 7 วัน ถึง 6 เดือนหลังฉีด
 
วัคซีน Pfizer, วัคซีน Johnson & Johnson
ภาพจาก TY Lim / Shutterstock.com
 

         ทั้งนี้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา หรือ FDA กำหนดให้ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์ ในการป้องกันความรุนแรงของโรคที่เกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัส อยู่ที่ 95.3 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา กำหนดไว้ที่ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกว่าเป็นวัคซีนป้องกัน Covid 19 ที่ดีที่สุด

         การที่รัฐบาลสั่งซื้อไฟเซอร์เข้ามา จึงถือว่าเป็นความหวังใหม่ของคนไทยที่จะได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ที่ยังพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีสายพันธ์ุใหม่ ทั้ง อัลฟา เบตา และเดลตา


         ทางด้านนาย อนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ไฟเซอร์แจ้งว่าจะจัดสรรวัคซีน 20 ล้านโดสให้ไทยภายในปีนี้ ตอนแรกบอกไตรมาส 3 แต่พอตกลงกันไปแล้ว บอกว่าไตรมาส 4 ดังนั้นแม้ อย. จะอนุมัติให้มีการใช้ไฟเซอร์ในไทยได้แล้ว แต่กว่าจะได้ใช้ คงอาจต้องรอถึงช่วง 1 – 2 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปี 2564

ขอขอบคุณที่มา – INN News / Kapook.com


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *