กรมควบคุมโรค เตือนผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ช่วงปิดสถานศึกษาเพื่อลดการติดเชื้อโควิด 19 ไม่ให้เข้าถึงแหล่งน้ำตามลำพัง เพื่อป้องกันเด็กจมน้ำ

แชร์ข่าวนี้

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ช่วงปิดสถานศึกษาเพื่อลดการติดเชื้อโควิด 19 หาพื้นที่เล่นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก ระมัดระวังไม่ให้เด็กเข้าถึงแหล่งน้ำตามลำพัง ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน อาจทำให้ระดับน้ำเปลี่ยน ขอบบ่อลื่น เด็กเสี่ยงตกน้ำและจมน้ำเสียชีวิตได้   

   

          วันนี้ (30 มิถุนายน 2564) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคโควิด 19 ในช่วงนี้ ยังพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานศึกษาในหลายพื้นที่ปิดเพื่อลดการรวมตัวกันของคนจำนวนมากและเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19 ซึ่งเด็กๆ ส่วนใหญ่จะอยู่กับบ้าน แต่อาจมีเด็กๆ บางส่วนที่มักชวนกันไปเล่นตามสถานที่ต่างๆ อาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อโควิด 19 จากการรวมตัวกันของเด็กๆ แล้วยังเสี่ยงเกิดการจมน้ำเสียชีวิตได้

          ข้อมูลจากระบบรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำ (Drowning Report) ของกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-28 มิถุนายน 2564 ในเบื้องต้น พบเหตุการณ์การตกน้ำ จมน้ำ ของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 95 เหตุการณ์ เสียชีวิต 120 ราย เป็นเพศชาย 85 ราย เพศหญิง 35 ราย (เพศชายจมน้ำเสียชีวิตมากกว่าเพศหญิงถึง 2.4 เท่า) กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 5-9 ปี (ร้อยละ 40.8) แหล่งน้ำที่พบเด็กจมน้ำมากที่สุด คือ สระน้ำ คลอง บ่อน้ำ หนองน้ำ และทะเล ตามลำดับ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการชวนกันไปเล่นน้ำ (ร้อยละ 60) รองลงมา คือ ลื่นพลัดตกน้ำ (ร้อยละ 31.7) ส่วนจังหวัดที่มีเด็กเสียชีวิตมากที่สุด คือ บุรีรัมย์ ปัตตานี และสงขลา จังหวัดละ 8 ราย รองลงมา คือ กาฬสินธุ์ ยโสธร และอุบลราชธานี จังหวัดละ 7 ราย และเป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงปิดสถานศึกษาเพื่อลดการติดเชื้อโควิด 19 จะพบเหตุการณ์การจมน้ำในกลุ่มวัยเรียนสูง และมักจะจมน้ำตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป โดยเกิดเหตุในแหล่งน้ำที่ขุดขึ้นมาเพื่อใช้ในการเกษตร ล่าสุดเกิดขึ้น ที่จังหวัดชัยภูมิ มีเด็กวัยเรียนจมน้ำเสียชีวิตพร้อมกันถึง 3 ราย

            นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงที่สถานศึกษาหลายแห่งปิด เพราะสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน จึงขอเตือนผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังไม่ให้เด็กเข้าถึงแหล่งน้ำตามลำพัง โดยปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยและป้องกันเด็กจมน้ำ ดังนี้ 1.ไม่ให้เด็กลงเล่นน้ำแม้ว่าจะเป็นแหล่งน้ำใกล้บ้านหรือแหล่งน้ำที่คุ้นเคย เพราะระดับน้ำ ความแรงของน้ำ และพื้นใต้น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  2.อย่าเดินหรือวิ่งเล่นใกล้ขอบบ่อ เพราะในช่วงฤดูฝนพื้นบริเวณขอบบ่อนิ่มและมีหญ้าปกคลุม อาจเกิดการลื่นไถลลงไปในน้ำ  3.ขอให้ชุมชนช่วยกันสำรวจแหล่งน้ำเสี่ยง และเฝ้าระวังป้องกันการจมน้ำ จัดทำป้ายเตือน หรือแนวกั้นขอบบ่อไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำ ที่หาได้ง่ายไว้บริเวณแหล่งน้ำ  และ 4.ใช้เสื้อชูชีพ เสื้อพยุงตัว หรืออุปกรณ์ลอยน้ำได้อย่างง่าย เช่น แกลลอนพลาสติกคล้องเชือกสะพายแล่งให้เด็กติดตัวไว้เสมอ ทุกครั้งที่เดินทางหรือทำกิจกรรมทางน้ำหรืออยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง 

          ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นคนตกน้ำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วยเพราะอาจจมน้ำพร้อมกันได้ ควรใช้มาตรการ“ตะโกน โยน ยื่น” ดังนี้ 1.ตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ และโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669  2.โยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ และ 3.ยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น ไม้ เสื้อ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น