กรมอนามัย แนะ 9 วิธี ให้ผู้สูงอายุเตรียมพร้อมก่อนฉีดวัคซีนโควิด

แชร์ข่าวนี้



กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ 9 วิธีเตรียมตัวสำหรับผู้สูงอายุเมื่อไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 พร้อมแนะหลักปฏิบัติหลังการฉีดให้ยึดหลัก 5 อ. อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย เอนกายพักผ่อน และออกห่างสังคมนอกบ้าน
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคโควิด-19 ยังคงรุนแรง กลุ่มผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการได้รับบริการฉีดวัคซีนของกลุ่มผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง โดยก่อนเข้ารับบริการควรเตรียมตัวให้พร้อม ดังนี้ 1) พักผ่อนให้เพียงพอ 2) กินอาหารและยาให้เรียบร้อย 3) วันที่ฉีดควรกินน้ำอย่างน้อย 500-1,000 ซีซี งดชา กาแฟ หรือของที่มีคาเฟอีน รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 4) ให้ญาติหรือลูกหลานไปด้วยอย่างน้อย 1 คน 5) นำบัตรประชาชน บัตรประจำตัวผู้ป่วย และยาที่กินประจำไปด้วย 6) ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัด และหลังฉีดสองวันงดใช้แขนข้างที่ฉีด ไม่เกร็งและยกของหนัก 7) การฉีดวัคซีนโควิด ควรห่างจากการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างน้อย 1 เดือน 8) กรณีกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ก็ให้กินยาตามปกติ แต่เมื่อฉีดยาแล้วให้ กดนิ่งตรงตำแหน่งที่ฉีดต่ออีก 1 นาที และ 9) ศึกษาและทำความเข้าใจกับการฉีดวัคซินในครั้งนี้ว่าอาจจะเกิดอาการข้างเคียงหลังรับวัคซินเพื่อสร้างความเข้าใจก่อนไปรับบริการ เช่น อาการที่พึงประสงค์และอาการไม่พึงประสงค์
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า หลังการฉีดวัคซีน ผู้สูงอายุต้องปฏิบัติ ดังนี้ 1) นั่งพักสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที 2) ดื่มน้ำมาก ๆ 3) พักผ่อนให้เพียงพอ 4) งดออกกำลังกาย ยกของหนัก และทำงานหนัก อย่างน้อย 2 วัน หากพบอาการไม่พึงประสงค์ทั่วไป เช่น ปวด บวม แดงร้อน ไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คันบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ท้องเสีย ให้รักษาตามอาการหรือรอให้อาการทุเลาลง ซึ่งส่วนมากจะหายได้เองใน 1-2 วัน หากไม่ดีขึ้น ควรไปโรงพยาบาล ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ที่ควรพบแพทย์ เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง เหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก อาเจียนมากกว่า 5 ครั้ง มีจ้ำเลือดออกจำนวนมาก ใบหน้าเบี้ยว หรือ ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และชักหรือหมดสติ ในกรณีที่รุนแรงมาก รีบแจ้ง 1669 และ 1422 ทันที
“ทั้งนี้ ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากผู้สูงอายุจะต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดแล้ว การดูแลสุขภาพด้วยหลัก 5 อ. ยังคงต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1) อ. อาหาร กินอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ ๆ เลี่ยงอาหารหวานหรือเค็ม เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเสริมภูมิคุ้มกัน และครบ 5 หมู่ และดูสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ 2) อ. อารมณ์ อย่ารับข่าวสารมากเกินไป ให้ทำกิจกรรม ที่ผู้สูงอายุชื่นชอบ หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา แต่หากเกิดความเครียดและต้องการปรึกษาให้โทรสายด่วน กรมสุขภาพจิต 1323 3) อ. ออกกำลังกาย หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ หรือทำเท่าที่ทำได้ตามสภาพร่างกาย 4) อ. เอนกายพักผ่อน นอนหลักพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน และ 5) อ. ออกห่างสังคมนอกบ้าน ทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลควรเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านให้มากที่สุด เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และล้างมือด้วยน้ำสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *