นายกฯ ลั่นไม่ลาออกแก้โควิดดีสุดแล้ว

แชร์ข่าวนี้

Featured Image

นายกรัฐมนตรี ลั่นไม่ใช่เวลาถอดใจลาออก-ยุบสภา ชี้ทำงานหนักทุกวันไม่ได้พัก ขอร้องการเมืองอย่าฉวยโอกาสช่วงวิกฤตสร้างความเกลียดชัง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ต่างๆ ในขณะนี้คิดถอดใจลาออกหรือยุบสภาในช่วงเวลานี้หรือไม่ ว่า ยังไม่ใช่เวลา วันนี้ทำงานหนักทุกวันหลายคนก็บอกว่าทำงานหนักแล้วไม่เห็นได้งาน ก็ขอไปหาให้เจอว่ามีงานอะไรที่ออกมาแล้วบ้าง ซึ่งคิดว่าตนก็พยายามทำอย่างที่สุดแล้ว ด้วยการฟังเสียงประชาชน พร้อมติดตามสถานการณ์จากคณะแพทย์ และสาธารณสุข วันนี้เห็นใจคนเหล่านี้สอบถามบางคนทำงานติดต่อกัน 60 วันไม่ได้พักเป็นปีแล้ว วันนี้ตนเห็นใจและให้ไปดูแลค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้ตามระเบียบราชการโดยเบิกให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ โดยต้องขอบคุณทั้งอาสาสมัคร จิตอาสา แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และทุกคนที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้การเมืองก็ขอร้องแล้วกัน ถือว่าท่านเป็นผู้แทนประชาชนมาจากประชาชนท่านก็ต้องมีหลักการคิดหลักการวิเคราะห์บางเรื่อง มันก็ไม่ใช่ทางการเมืองที่จะมาสร้างความเกลียดชังกันโดยใช่เหตุ เพราะประเทศชาติกำลังมีปัญหาต้องเข้าใจตรงกันตรงนี้ เรื่องของทางการเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นอย่าใช้โอกาสตรงนี้มาทำให้ทุกอย่างมีปัญหาก็แล้วกัน

เมื่อถามว่ามีอะไรที่รู้สึกอึดอัดหรืออยากสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นใจ เสียใจ และต้องพยายามแก้ปัญหาอุปสรรคที่มีมากมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยินดีจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในตรงนี้และต้องเป็นความร่วมมือระหว่างกันด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงอะไรต่างๆ ที่ตรงกัน ถึงจะแก้ปัญหาได้ นายกฯ ทำงานไม่เคยทิ้งสักงานไม่ใช่เรื่อง โควิดอย่างเดียว แต่โควิดเป็นเรื่องหลักที่ประชาชนเดือดร้อน นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ นายกฯต้องทำทุกเรื่องและไม่เคยท้อเพียง แต่เสียใจกับคนที่สูญเสียและให้กำลังใจกับคนที่ทำงานอย่าท้อแท้ และเราต้องทำด้วยกันเพราะเราคือคนไทยด้วยกัน

 

นายกฯ ยังไม่ขยายมาตรการล็อกดาวน์ มาตราการ สธ. ยังใช้ได้อยู่ ชี้ความร่วมมือปฏิบัติคือสิ่งสำคัญ ขอให้มองตัวเลขรักษาหาย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง?กรณี ศบค.ประกาศล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม ซึ่งจะครบกำหนด วันที่ 2 สิงหาคม แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังไม่ลดลง มีแนวทางที่จะขยายเวลาล็อกดาวน์หรือเพิ่มมาตรการที่สูงขึ้นหรือไม่ ว่า ทั้งหมดนี้ต้องปรึกษาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของแพทย์ สาธารณสุข และมีการประชุมร่วมกันของ ศบค. ชุดเล็กทุกวัน ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็มีการประชุมทุกวันเช่นเดียวกัน ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข จะเสนอมาตรการมาที่ ศบค. ชุดเล็ก การจะอนุมัติอะไรต่างๆ ต้องนำเข้าที่ประชุมศบค. ชุดใหญ่ ซึ่งเรื่องทั้งหมดจะต้องมีความรวดเร็ว เนื่องจากมีการประชุมทุกวัน แต่หากมีเรื่องเร่งด่วนตนจะอนุมัติในฐานะที่เป็นผอ.ศบค. อย่างต้องการให้ผ่านศบค. ชุดใหญ่ ไม่เข้าใจตรงกันเพื่อให้ทุกกระทรวงทุกหน่วยงานได้มาช่วยกันเพราะหลายมาตรการต้องช่วยกันไม่ใช่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง

ส่วนมาตรการที่จะล็อกดาวน์เข้มข้นหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี? กล่าวว่า ขณะนี้ทางคณะแพทย์ทีมสาธารณสุข ยังคงเห็นชอบในมาตรการเดิมอยู่ ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ลดลงมีปัจจัยจากหลายประการด้วยกัน เราสามารถปฏิบัติการตามมาตรการที่ประกาศไปแล้วทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็อาจจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือในการปฏิบัติมาตรการดังกล่าว มีการประกาศห้าม ขออย่าทำเลย หากมีการทำอยู่อะไรไม่ได้การแพร่ระบาดจะมากขึ้น การเดินทางการมั่วสุมวันนี้มีหลายกรณีที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด หากมองดูการแพร่ระบาดของเราในวันนี้อาจจะดูน่าตกใจ การเสียชีวิตในแต่ละวัน จึงขอให้สนใจตัวเลขต่างๆ ของเพื่อนบ้านของต่างประเทศบ้าง มีทุกประเทศในโลกได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้าง ระดับต้นๆ ก็มีหลายประเทศให้เห็นอยู่ ซึ่งมากกว่าเราหลายเท่า ของเราตั้งใจว่าไม่อยากให้มีคนเสียชีวิต ทำตามมาตรการที่กำหนดครบทุกอย่าง อย่างน้อยก็สามารถป้องกันตัวเองได้ก่อน หรือไม่

คนที่ออกไปนอกบ้านได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องมาทำหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุม ซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนแล้วแต่ปรากฏว่ามีการติดเชื้อเพราะการฉีดวัคซีนไม่ใช่จะไม่ติดเชื้อ ใกล้ชิดกับคนมีเชื้อก็มีปัญหาแน่นอน และอาจจะนำไปสู่การติดคนที่บ้าน บางครอบครัวมีหลายคนออกไปทำงานนอกบ้านและนำเชื้อมาติดคนในครอบครัว ดังนั้น มาตรการในครอบครัวจึงสำคัญ ซึ่งมาตรการที่ผ่านมา มีทั้งล็อกดาวน์ ไม่ล็อกดาวน์ การประกาศใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินเช่นเดียวกัน ก็ยังระวังไม่อยู่ ไม่มีความร่วมมือกันซึ่งยอมรับว่า ต้องมีปัญหาในระบบ เพราะคนจำนวนมาก แต่ก็เชื่อว่า ระบบที่เรามีอยู่ไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาที่มีเจ้าหน้าที่?ไม่เพียงพอ ต้องอาศัยอาสาสมัคร อสม. จิตอาสา

ทั้งนี้ อยากให้มองตัวเลขผู้ที่รักษาหายซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในระบบ ส่วนนอกระบบ มีการดูแลกันเองในชุมชนในพื้นที่ มีใช้แพทย์ทางเลือก ใช้สมุนไพร ขอให้ความสำคัญ มาตรการขั้นต้นของตัวเอง และมาตรการตามที่รัฐกำหนด มีผลกระทบอย่างแน่นอน ทุกประเทศได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ไม่ใช่เขาทำได้ดีจนไม่มีผลกระทบอะไรเลยเป็นไปไม่ได้ วันนี้ต้องพูดถึงเรื่องของระบบที่เราจะต้องปรับเพิ่มเติม คือ มาตรการเดิม ต้องปรับปรุงในทางการรักษา เช่นการใช้ ATK ซึ่งตนได้สอบถามทางแพทย์ตรวจครั้งเดียวอาจจะยังไม่แน่นอนและอาจจะต้องตรวจอีกครั้ง หากติดเชื้อจริงๆ ต้องตรวจ RT-PCR เพื่อแก้ไขการแออัด ซึ่งการตรวจ ATK ครั้งแรกยังไม่ 100% แต่สามารถเตือนได้ ว่าอาจมีเชื้อ ซึ่งตนเองจะต้องหยุดกิจกรรมประมาณ 7 วัน และตรวจอีกครั้ง และหากติดเชื้อก็เข้าสู่ระบบการรักษา ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถแยกคนออกได้ มีความแออัด คนไม่ติดก็จะติดตอนไปรอตรวจ ทั้งนี้ ที่ช่วงแรกยังไม่ให้ใช้การตรวจ ATK เนื่องจากผลไม่ 100% แต่วันนี้ยอมรับได้ เพราะต้องการให้ทุกคนเข้าสู่ระบบการตรวจด้วยตนเอง

นายกฯเตือนระวังโพสต์-แชร์ปั่นป่วน ชี้บางคนบิดเบือนทำทุกอย่างไขว้เขว ยันระบบไม่ได้ล้มเหลว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการสื่อสารช่วงวิกฤตโควิด-19 ว่า อยากย้ำให้ทุกฝ่ายช่วยกันสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ โดยมีการแถลงทุกวันทั้งในส่วน ศบค. สำนักงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีหรือข้อมูลจากแพทย์ ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แต่มีบางคนที่บิดเบือนทำให้ทุกอย่างไขว้เขวไปทั้งหมด จึงต้องขอร้องเพียงแค่นั้น อะไรที่ได้รับข้อมูลหรือรู้มาแล้วคิดเอง วิเคราะห์เอง พูดเองหรือวิจารณ์เอง สิ่งเหล่านี้อันตรายเพราะทำให้ระบบดูเหมือนไม่ดี ดังนั้นต้องฟังความทั้งสองข้าง

ส่วนถึงกรณีมีนักการเมืองโพสต์ข้อความว่าไทยติดเชื้ออันดับ 1 ของโลก ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จไม่เป็นความจริง มองว่าเป็นการฉกฉวยช่วงวิกฤตให้เกิดความปั่นป่วนจะฝากเตือนอย่างไรนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ได้แต่เตือนว่าต้องระมัดระวัง ซึ่งหากเราไม่ฟังก็ไม่ได้แต่ฟังแล้วเชื่อทุกอย่างก็ไม่ถูก ดังนั้น หากได้รับข้อมูลที่ถูกแชร์ต่อมาขอให้เช็คก่อน เพราะวันนี้ก็มีการรายงานสถิติการติดเชื้อทั้งโลกทุกวัน ประเทศใดอยู่ในระดับต้นๆ ขณะที่เราเองวันนี้เพิ่มขึ้นมาก็ต้องยอมรับ ซึ่งพูดถึงสถิติคนติดเชื้อคนตายต่างๆเราก็ไม่ได้มากไปกว่าหลายประเทศ สิ่งเหล่านี้เราต้องคิดวิเคราะห์มีข้อมูลรับฟังทางราชการแล้วคิดว่าใช่หรือไม่ใช่ ไม่เช่นนั้นฟังอีกทางที่ไม่ว่าจะหวังดีไม่หวังดี เจตนาหรือไม่เจตนาก็แล้วแต่ แล้วคิดเองบางทีก็ทำให้การรับรู้ผิดไป กลายเป็นเหมือนระบบเราล้มเหลว ถ้าระบบเราล้มเหลวคงเป็นมากกว่านี้ สิ่งเหล่านี้ต้องฝากไว้ด้วย

 

นายกฯ ขออภัยโทรสายด่วนติดขัดให้ กสทช. ช่วยดู บอกหากติดโควิดให้ติดต่อ รพ.สนาม ใกล้บ้าน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ติดเชื้อโควิดและยังรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ว่า ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อภายในครอบครัว ที่ได้มีการขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนต่างๆ แต่อาจจะติดขัดอยู่บ้าง ต้องขออภัย ซึ่งขณะนี้ดีขึ้นแล้ว และตนได้ปลดล็อกเปิดช่องทางให้มากยิ่งขึ้น ทั้งการให้บริการฟรีด้านสาธารณสุข โดยให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ช่วยดูแลผู้ให้บริการเครือข่ายต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่รักษาตัวที่บ้านให้ความร่วมมือประชาชนในการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ หากมีการเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทางการแพทย์ตรวจและรักษาเชิงรุก ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความเสี่ยง และต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร อย่าง การขนย้ายผู้เสียชีวิต การนำตัวผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษา ซึ่งขณะนี้ก็ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด หากทุกคนรออยู่ที่บ้านหรือโทรสายด่วนอาจจะไม่ทันเวลา ก็ขอให้ไปที่สถานที่แรกรับ ติดต่อโรงพยาบาลสนาม หรือที่ทำการเขตใกล้บ้าน ก็ต้องดูแล ซึ่งกันและกันโดยเฉพาะในหมู่บ้านจัดสรร แต่ในชุมชนนั้นไม่มีปัญหา

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน แต่ทุกคนต้องช่วยกัน ขอให้แจ้งให้เร็ว หากหน่วยแพทย์ยังไม่มา ก็ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ทหาร หรือแจ้งโรงพัก อย่างน้อยก็จะมีตำรวจในพื้นที่มาดูแล พร้อมชี้แจงว่าประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือหน่วยงานราชการได้ทุกที่ ซึ่งที่ผ่านทหารตำรวจก็ได้ปรับพื้นที่ส่วนราชการเป็นโรงพยาบาลสนาม พร้อมสั่งการให้ทหารทุกหน่วยดูแลประชาชน รวมถึงข้าราชการพลเรือนตำรวจทหารเพราะเราคือพึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ซึ่งอาจจะมีคนไม่ดีอยู่บ้างก็ขอให้แจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สำนักนายกรัฐมนตรี

 


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *