“SARABURI MODEL” กับการขับเคลื่อนนโยบาย จังหวัด TO BE NUMBER ONE อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

แชร์ข่าวนี้

“ การที่จะเอาชนะยาเสพติดให้ได้ มิใช่หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งแต่ทุกองค์กรในสังคมจะต้องร่วมกันผนึกกำลังเป็นพลังของแผ่นดินต่อสู้และเอาชนะยาเสพติดให้ได้โดยเร็ว”

              จากความห่วงใยปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงรับเป็นองค์ประธานอำนวยการโครงการ TO BE NUMBER ONE และทรงกำหนดกิจกรรมเพื่อสร้างกระแส “การเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด” ในกลุ่มเยาวชนและสร้างกระแสใครติดยายกมือขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดได้รับการบำบัดรักษาและกลับมาเป็นคนดีของสังคมได้อีกครั้งหนึ่ง โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ตั้งแต่ระดับจังหวัด สถานประกอบการ สถานศึกษา ในชุมชน และกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การปลุกพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด กระตุ้นปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมของเยาวชนในชาติ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดที่มีต่อประเทศชาติและเกิดความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้จงได้

             ทั้งนี้การดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONEในระดับจังหวัดนั้น รัฐบาลได้มีการกำหนดนโยบายให้โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัด มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ตำบล จนถึงระดับหมู่บ้านและชุมชน ทุกหน่วยงานมีผู้รับผิดชอบ มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อความสะดวกในการติดต่อประสานงานด้านข้อมูลต่างๆและให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการฯ ในวาระการประชุมของจังหวัดทุกเดือน

 

                 นางสาวชฎากาญจน์ ชาลีรัตน์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี ในฐานะผู้ประสานงานหลักโครงการ TO BE NUMBER ONEจังหวัดสระบุรี  เล่าว่าจากนโยบายที่มีการกำหนดให้โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัดสู่การปฏิบัติจริง จึงเกิดความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE จังหวัดสระบุรี มาอย่างต่อเนื่อง ตนเองได้มีโอกาสรับผิดชอบงานโครงการ TO BE NUMBER ONE มาตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน ตลอดระยะเวลากว่า 13 ปี มีการพัฒนางานและกลวิธีการดำเนินงาน มีการกำหนดเป้าประสงค์ วิสัยทัศน์ ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการบูรณาการ บริหารจัดการ จนสามารถทำให้ทุกคนรู้จักจังหวัดสระบุรี รู้จักโครงการ TO BE NUMBER ONE  เวลาที่ใครจะพูดถึงสระบุรีจะต้องนึกถึง“พี่อ้อยทูบีนัมเบอร์วัน”

              ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานสืบสานตามแนวทางโครงการ TO BE NUMBER ONE และได้เป็นผู้จุดประกายมวยวัดของเรือนจำ ซึ่งเป็นที่มาของการประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ในเรือนจำ สามารถช่วยให้ผู้ต้องขังกลับตัวกลับใจและมาช่วยงาน TO BE NUMBER ONE แม้ในเรือนจำ และเมื่อพ้นโทษออกมาแล้วก็ยังสามารถช่วยจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONEในชุมชนได้ เป็นที่มาของ“นวัตกรรม 1 เรือนจำ 1 ความดี 1 ทูบีนัมเบอร์วัน” และยังได้รับโอกาสจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ที่ช่วยเผยแพร่งาน ทำให้ทุกคนรู้จักโครงการ TO BE NUMBER ONE จังหวัดสระบุรีมากขึ้น

              นางสาวชฎากาญจน์ กล่าวต่อไปว่า รางวัลผู้ปฏิบัติงาน TO BE NUMBER ONE ดีเด่นประจำปี 2563 นับได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด สมกับที่ตนเองได้ตั้งใจทำงานโครงการ TO BE NUMBER ONE อย่างจริงจังมาโดยตลอด และในปี 2563 ที่ผ่านมาได้ประสานและสนับสนุนให้เกิดอำเภอ TO BE NUMBER ONE มีการจัดเวที MOU ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ 13 แห่ง ริเริ่มองค์ความรู้โครงการ TO BE NUMBER ONE ให้แก่ชมรมในพื้นที่จังหวัดสระบุรีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จังหวัดสระบุรีไม่มีปัญหายาเสพติด นำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดในโครงการใครติดยายกมือขึ้นและนำร่องทำวิจัยเชิงทดลองในกลุ่มผู้เสพยาเสพติดในชื่อ  SARABURI MODEL” มีการส่งผลงานวิจัย SARABURI MODEL”เผยแพร่และได้นำไปทดลองใช้กับอำเภอขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เพื่อนำกลุ่มผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดในโครงการใครติดยายกมือขึ้น

                “การทำงานโครงการ “SARABURI MODEL”จะใช้แนวคิดเด็กนำผู้ใหญ่หนุน มีการพัฒนา “หลักสูตรเด็ก SARABURI MODEL สระบุรีกตัญญูแทนคุณแผ่นดิน” เพื่อให้เด็กมีจิตสำนึกรักพ่อ แม่ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และสร้างอัตลักษณ์ความเป็นจังหวัดแห่งการเรียนรู้ เป็นศูนย์กลางสร้างพันธมิตร แบ่งปันความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรม เปลี่ยนคู่แข่งให้เป็นเครือข่ายพัฒนาทางจิต ด้วยการแบ่งปันสร้างสรรค์ SARABURI MODEL ตลอดไป”


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *