กรมอนามัย ย้ำ ร้านอาหารปฏิบัติเข้ม หลัง ศบค. ปรับมาตรการนั่งกินในร้านได้

แชร์ข่าวนี้



​กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย ตั้งแต่ 1 กันยายน นี้ ศบค. ปรับมาตรการร้านอาหารเปิดให้บริการนั่งกินในร้านได้ ภายใต้ข้อกำหนด “ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม” ออกความในมาตรการ 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 32 ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ปฏิบัติเข้มตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
​นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการปรับมาตรการของ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ออกข้อกำหนด “ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม” ออกความในมาตรการ 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 32 นั้น ขอให้ร้านอาหารในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่เปิดบริการยึดปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยยังต้องคุมเข้มเปิดบริการได้ไม่เกินเวลา 20.00 น. ห้ามดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน และจำกัดจำนวนผู้นั่งกินในร้าน หากร้านอาหารเป็นห้องปรับอากาศสามารถนั่งได้ 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่นั่งปกติ ส่วนร้านอาหารที่เปิดในพื้นที่ที่มีอากาศระบายถ่ายเทได้ดี เช่น ร้านอาหารขนาดเล็ก หาบเร่ แผลลอย รถเข็น สามารถนั่งได้ 75 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่นั่งปกติ นอกจากนี้ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้ยึดตามข้อกำหนดเช่นเดียวกัน
​นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ร้านอาหารทุกร้านที่เปิดให้บริการต้องเฝ้าระวังเรื่องความเสี่ยงพร้อมยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 ดังนี้ 1) ทำความสะอาดโต๊ะทันทีหลังใช้บริการ 2) ทำความสะอาด จุดสัมผัสร่วม และห้องน้ำ ทุก 1-2 ชั่วโมง 3) จัดอุปกรณ์กินอาหารเฉพาะบุคคล กรณีที่ต้องรับประทานหม้อ/ภาชนะเดียวกัน ต้องจัดอุปกรณ์ตักอาหารเฉพาะบุคคลเช่นเดียวกัน และต้องไม่ใช้ช้อนกลางร่วมกัน 4) งดจัดบริการอาหารรูปแบบผู้บริโภคบริการตนเอง ในร้านอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์/สลัดบาร์/หมูกระทะ เพราะจะทำให้คนไปรวมกันหนาแน่น เสี่ยงแพร่เชื้อ 5) จัดบริการเจลแอลกอฮอล์ประจำทุกโต๊ะ 6) เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลและโต๊ะรับประทานอาหาร 1-2 เมตร หากมีพื้นที่จำกัดมีระยะไม่ถึง 1 เมตร ให้ทำฉากกั้น กรณีพื้นที่มีเครื่องปรับอากาศ เว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะ 2 เมตร และไม่นั่งตรงข้ามกัน พื้นที่มีเครื่องปรับอากาศ นั่งได้ 50 เปอร์เซ็นต์ พื้นที่เปิด นั่งได้ 75 เปอร์เซ็นต์ เและจำกัดระยะเวลากินอาหารไม่เกิน 1 ชั่วโมง และ 7) เปิดประตู หน้าต่าง อย่างน้อย 30 นาที ก่อนเปิดและปิดระบบปรับอากาศ มีการระบายอากาศที่เหมาะสมต่อจำนวนคน สำหรับพื้นที่ปรับอากาศให้เปิดระบายอากาศในพื้นที่กินอาหารทุก 1 ชั่วโมง ส่วนห้องน้ำควรมีระบบระบายอากาศที่ดี
​“ทั้งนี้ ในเดือนกันยายน 2564 นี้ ผู้ประกอบการสามารถเปิดร้านตามปกติ ไม่ต้องตรวจ ATK เป็นประจำ ให้ยึดมาตรการ DMHTT อย่างเข้มข้น ส่วนพนักงานไม่ต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม แต่ให้เตรียมการและเตรียมความพร้อมไว้ก่อน ภายในเดือนกันยายนนี้ สำหรับการจะบังคับใช้ในอนาคตตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการปฏิบัตตามมาตรการด้านผู้ให้บริการ โดยให้พนักงานทุกคน ฉีดวัคซีนครบโดสหรือมีประวัติการติดเชื้อมาก่อนไม่เกิน 3 เดือน คัดกรองความเสี่ยงพนักงานทุกวันด้วยเว็บไซต์ “ไทยเซฟไทย” หรือแอปพลิเคชันอื่นที่ทางราชการกำหนด พร้อมจัดหา ATK ให้พนักงาน และตรวจ ATK ทุก 7 วัน มีผู้รับผิดชอบกำกับติดตามพนักงานทุกคน และงดการรวมกลุ่มหรือกินอาหารร่วมกัน ส่วนมาตรการด้านผู้รับบริการนั้น ให้คัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้าร้านด้วยเว็บไซต์ “ไทยเซฟไทย” หรือแอปพลิเคชันอื่นที่ทางราชการกำหนด ต้องมี COVID free pass ก่อนเข้าบริการ เฉพาะร้านที่มีเครื่องปรับอากาศ และสำหรับร้านอาหารแต่ละจังหวัดต้องปฏิบัติตามมาตรการหรือข้อกำหนดของจังหวัดด้วย” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *