กรมอุตุฯ ชี้ ไทยอาจเจอพายุอีกลูกต้นเดือน ต.ค. ตามรอยเตี้ยนหมู่ – เฝ้าระวังโซนริมน้ำ

แชร์ข่าวนี้

  กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ ไทยอาจเจอพายุเข้าอีกลูกช่วงต้นเดือนตุลาคม ตอนนี้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังเพิ่งเจอเตี้ยนหมู่ถล่ม ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม ริมน้ำเจ้าพระยา – ป่าสัก เริ่มได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อน
 
 
 
       จากกรณีที่พายุเตี้ยนหมู่ พัดผ่านเข้าประเทศไทยส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก รวมถึงมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ประชาชนล้วนต้องขนของขึ้นที่สูง อพยพหนีออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หลายคนก็กังวลว่า จะมีพายุลูกอื่น ๆ เข้ามาซ้ำหลังจากนี้ จนสถานการณ์น้ำท่วมแย่ลงหรือไม่

          ล่าสุด วันที่ 29 กันยายน 2564 เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 1-3 ตุลาคม คาดว่าจะมีร่องมรสุมขึ้นอีกครั้ง จากนั้นต้องติดตามว่า ช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม จะมีพายุเข้ามาอีกหรือไม่ ซึ่งตอนนี้กรมอุตุนิยมวิทยาอยู่ระหว่างเฝ้าติดตามพัฒนาการของพายุที่บริเวณทะเลจีนใต้ ยังไม่มีตัวชี้วัดชัดเจน และไม่สามารถบอกอะไรได้ หากเกิดการก่อตัวเป็นพายุจริง ก็ต้องติดตามว่า จะเคลื่อนขึ้นไปฝั่งตอนบนหรือตอนกลางของประเทศเวียดนาม ถ้ามาฝั่งตอนกลางก็จะกระทบกับประเทศไทย

          ขณะเดียวกัน ช่วงกลางเดือนตุลาคม เป็นต้นไป ถึงเดือนธันวาคม ฝนจะเริ่มหนักบริเวณภาคใต้ จึงต้องเฝ้าระวังปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่บริเวณตอนบนของประเทศเริ่มมีฝนลดลง คาดว่า กลางเดือนตุลาคม บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน อุณหภูมิจะเริ่มลดลงและเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งวันเวลาที่ชัดเจนในการประกาศการเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการของประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาจะมีการพิจารณาและแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
 

ริมน้ำภาคกลางเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว

 
น้ำท่วม
น้ำท่วมลพบุรี
 
          ช่วงเช้าของวันนี้ ที่ จ.ลพบุรี น้ำเริ่มไหลท่วมเข้ามาแล้ว ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมใกล้เคียงกับปี 2554 โดยจุดที่หนักที่สุดคือ อ.บ้านหมี่ และอาจจะลุกลามต่อไปหลายพื้นที่

น้ำท่วม
น้ำท่วมอยุธยา
 

          ทางด้านกรมชลประทาน มีการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่ม ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำป่าสักสูงขึ้น พื้นที่ริมน้ำที่จะต้องระวังหลังจากนี้ คือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำป่าสัก), อ.บางบาล อ.เสนา อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำเจ้าพระยา), นนทบุรี, ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร

          นอกจากนี้ เขื่อนเจ้าพระยา ก็มีการระบายน้ำเพิ่มมากกว่าปกติเช่นกัน อยู่ที่ระดับ 2,627 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากจุดวิกฤต 2,840 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากเหนือเขื่อนเจ้าพระยาได้รับความเดือดร้อนแล้ว ซึ่งพื้นที่ใต้เขื่อนก็ต้องเฝ้าระวังกันต่อไป


ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *