กรมอนามัย แนะ 6 ขั้นตอนทำน้ำสะอาดไว้ใช้ในบ้านช่วงน้ำท่วม

แชร์ข่าวนี้

       รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ น้ำสะอาด-969x1024.jpg

        กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ 6 ขั้นตอนในการทำน้ำสะอาดไว้ใช้ในการอุปโภค ภายในครัวเรือนในช่วงน้ำท่วม เพื่อให้มีน้ำสะอาดไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ LINE_ALBUM_อธ_0.สุวรรณชัย_210906-1024x772.jpg
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำสองริมฝั่งแม่น้ำสายหลักที่เกิดน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนเป็นระยะเวลาหลายวัน ส่งผลให้ระบบประปาหรือน้ำบ่อตื้นไม่สามารถใช้งานได้นั้น กรมอนามัย จึงขอแนะวิธีทำน้ำสะอาดอย่างง่ายไว้ใช้ในบ้าน โดยใช้สารส้ม และคลอรีนน้ำ เพื่อให้ครัวเรือนมีน้ำสะอาดไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นำมาซักเสื้อผ้า ล้างสิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมไปถึงนำมาใช้อาบชำระล้าง สิ่งสกปรกจากร่างกาย เป็นต้น โดยมีขั้นตอนวิธีการ ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ตักน้ำในบริเวณที่น้ำไม่เน่าเสีย หรือมีกลิ่นเหม็นหรือบริเวณที่น้ำไหลไกลจากห้องน้ำห้องส้วม มาใส่ถังที่มีลักษณะทรงกระบอก เช่น ถังพลาสติก 50 – 100 ลิตร ขั้นตอนที่ 2 ตักเอาเศษสิ่งของที่ปนมากับน้ำออกให้หมด เช่น ใบไม้ เศษไม้ เศษวัชพืช ขั้นตอนที่ 3 ใช้มือจับก้อนสารส้มจุ่มลงไปในน้ำลึกประมาณ 2 ใน 3 ของความลึกน้ำในถังแล้วกวนน้ำในถัง
“ขั้นตอนที่ 4 กวนน้ำเป็นแนววงกลมให้ละลายสารส้มโดยช่วงแรกให้กวนเร็วจนสังเกตเห็นตะกอนที่เกิดขึ้นมีปริมาณมากแล้วจึงค่อยลดความเร็วในการกวนลง เมื่อเห็นตะกอนมีขนาดใหญ่ให้หยุดกวน แล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณครึ่งชัวโมงจนตะกอนตกสู่ก้นถัง ขั้นตอนที่ 5 ค่อยๆ ตักน้ำใสส่วนบน หรือใช้วิธี กาลักน้ำ ถ่ายเทน้ำใสส่วนบนใส่ภาชนะที่สะอาด และวัดปริมาตรน้ำที่ได้ และขั้นตอนที่ 6 หยดคลอรีนน้ำ 2 เปอร์เซ็นต์ หรือหยดทิพย์ที่กรมอนามัยจัดทำขึ้น ในปริมาณ 1 หยด ต่อน้ำ 1 ลิตร ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที โดยให้คลอรีนละลายในน้ำและฆ่าเชื้อโรคอย่างทั่วถึงก่อนนำน้ำมาใช้ ทั้งนี้ สำหรับน้ำที่ได้ ยังไม่เหมาะนำมาบริโภค เนื่องจากอาจจะมีสารเคมีบางชนิดปนเปื้อนมากับน้ำท่วมได้ จึงเหมาะสำหรับนำใช้ภายในครัวเรือนเท่านั้น เช่น ซักเสื้อผ้า ล้างสิ่งของเครื่องใช้ หรือใช้อาบน้ำ เป็นต้น ส่วนน้ำบริโภคควร ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดแทนจะปลอดภัยที่สุด” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

***

กรมอนามัย/ 8 ตุลาคม 2564


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *