“พ่อหลวงโมเดล” นวัตกรรมการบริหารชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนวัดยายร่ม

แชร์ข่าวนี้

             โรงเรียนวัดยายร่ม (วัฒนราษฎร์รังสรรค์)  พัฒนานวัตกรรมการบริหารชมรม TO BE NUMBER ONE โดยมุ่งเสริมสร้างคุณลักษณะพึงประสงค์ เพื่อพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมนักเรียน ให้เป็นคนดี  คนเก่ง สามารถปรับตัวให้เข้าสังคมได้ และใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข รู้และเข้าใจบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองตามกรอบของสังคม   ภายใต้ชื่อ “พ่อหลวงโมเดล” (POLUANG Model)  ผลงาน ได้รับรางวัล “หนึ่งเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ของคุรุสภา ประจำปี 2564

                นายธชานนท์ จรูญศักดิ์ ครูที่ปรึกษา ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนวัดยายร่ม (วัฒนราษฎร์รังสรรค์)  สำนักงานเขตจอมทอง สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า ชมรมดำเนินงานตามแนวทางโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี คือ มุ่งส่งเสริมให้เยาวชนรวมกลุ่มกันใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ตนเองชื่นชอบ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม สู่เป้าหมายการเป็นเยาวชนรุ่นใหม่ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้องเหมาะสม  ภายใต้องค์ประกอบ 3 ก ของชมรม  คือ กรรมการ กองทุน และกิจกรรม โดย กิจกรรมของชมรมต้องสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ของโครงการ คือ 1)การณรงค์สร้างกระแส “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด”2)การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจ 3)การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

                  นายธชานนท์ กล่าวต่อไปว่า จากการดำเนินงานของชมรมต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ได้มีการสำรวจกิจกรรมที่สมาชิกสนใจ แล้วนำมาสู่การออกแบบกิจกรรม สามารถตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้มากถึง 69 กิจกรรม  และเพื่อพัฒนางานของชมรมให้เกิดผลดียิ่งขึ้น ได้มีการนำนวัตกรรมการบริหารชมรม TO BE NUMBER ONE ภายใต้ชื่อ  “พ่อหลวง(POLUANG) โมเดล” มาใช้ในการดำเนินงาน  โดยพ่อหลวงโมเดลประกอบด้วย  7 กระบวนการ คือ   (1) P – Planning (การวางแผน) (2) O – Operation (การดำเนินการ) (3) L – Learning (การเรียนรู้) (4) U – Unity (ความเป็นเอกภาพ) (5) A – Assessment (การประเมินผล) (6) N – Negotiation (การประชุม) (7) G – Gathered (การรวบรวมผล)  และ 5 องค์ประกอบ คือ  (1) หลักการบริหารและวัตถุประสงค์ (2) กระบวนการบริหารแบบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  (3 )การนำรูปแบบไปใช้ (4) การประเมินผล และ(5) เงื่อนไขความสำเร็จและข้อจำกัด บนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5 ประการ คือ พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี มีความรู้ และมีคุณธรรม เน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมนักเรียน ให้เป็นคนดี คนเก่ง สามารถปรับตัวให้เข้าสังคมได้ และใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข รู้และเข้าใจบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองตามกรอบของสังคม

           ทั้งนี้ได้มีการนำโมเดลดังกล่าวมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมของชมรม 6 กิจกรรมได้แก่  (1) กิจกรรมเครือข่าย TO BE NUMBER ONE จิตอาสาป้องกันยาเสพติด (2) กิจกรรมTO BE ทำดี ไม่มีอาย “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน) “บรม” (บ้าน โรงเรียน มัสยิด)                  (3) กิจกรรมTO BE D.I.Y. ศิลปะจรรโลงใจ “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด”(4) กิจกรรมTO BE Healthy Life ใส่ใจสุขอนามัย ต้านภัย COVID-19  (5) กิจกรรมTO BE รักคุณ รักษ์ธรรมชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อม (6) กิจกรรมTO BE 14 องค์ชาย 14 สหายสาระการเรียนรู้ โดยวิธีการบริหารแบบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

            “จากการประเมินผลการใช้นวัตกรรม “พ่อหลวงโมเดล”5 ด้าน คือ  ด้านจิตใจ , ด้านความคิด , การลงมือทำ , การนำไปใช้ และการเผยแพร่สู่เครือข่าย พบว่าสมาชิกมีความพึงพอใจในแต่ละด้านมากกว่าร้อยละ 85 สมาชิกและเครือข่ายที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรม มีความพึงพอใจร้อยละ 100 ล่าสุดสิ่งยืนยันประการสำคัญถึงผลดีจากการใช้นวัตกรรม “พ่อหลวงโมเดล” ในการบริหารชมรม TO BE NUMBER ONE ที่ก่อให้เกิดและประโยชน์กับเยาวชนคือการได้รับรางวัล “หนึ่งเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ของคุรุสภา ประจำปี 2564”นายธชานนท์ กล่าวในตอนท้าย


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *