รมช.สธ.แจงโควิด “เดลตาพลัส AY.1” ยังไม่พบข้อมูลว่ารุนแรงขึ้น ไม่กระทบการเปิดประเทศ 1 พ.ย.

แชร์ข่าวนี้

 

          รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขแจงเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาพลัส AY.1 ยังไม่พบข้อมูลว่ารุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลตาเดิม ไม่มีนัยสำคัญที่ต้องทบทวนการเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เผยการเตรียมความพร้อมรองรับเปิดประเทศคืบหน้าขึ้นมาก มีการซักซ้อมที่สนามบินแล้ว 2 ครั้ง

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ DSC_2223-1024x683.jpg
วันนี้ (26 ตุลาคม 2564) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข
จ.นนทบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวการเฝ้าระวังเชื้อโควิด 19 กลายพันธุ์
และการเตรียมความพร้อมเปิดประเทศ ว่า การกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด 19 เป็นเรื่องปกติ เราให้ความสำคัญกับสายพันธุ์
ที่ทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น แพร่เร็วหรือติดต่อง่ายขึ้น ดื้อต่อยารักษาหรือวัคซีน ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังสายพันธุ์มีการติดตามเก็บตัวอย่างตรวจสายพันธุ์ของเชื้อโควิด 19 ในประเทศไทยมาตลอด
เมื่อพบสายพันธุ์ใหม่ในแต่ละพื้นที่มีการรายงานและชี้แจงให้ทราบ เช่น สายพันธุ์เบตา เดลตา เป็นต้น โดยเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ติดตามเข้าถึงข้อมูลได้ รวมถึงมีการส่งข้อมูลไปยังนานาชาติด้วย ส่วนสายพันธุ์เดลตาพลัส AY.1 ตรวจพบ
1 ราย ที่ จ.กำแพงเพชร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลที่บอกว่ามีความรุนแรงเพิ่มขึ้นจากสายพันธุ์เดลตาเดิม จึงไม่มีนัยสำคัญที่ต้องทบทวนการเปิดประเทศแต่อย่างใด และการที่เราเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชาวต่างชาติ

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ DSC_2161-1024x683.jpg
ดร.สาธิตกล่าวต่อว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ขณะนี้มีความคืบหน้าพอสมควร มีการซักซ้อมที่สนามบิน 2 ครั้ง เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งการเข้าประเทศมีหลักๆ คือ
กลุ่ม 45 ประเทศ 1 เขตบริหารพิเศษ ที่เดินทางเข้ามาไม่ต้องกักตัว มีมาตรการรองรับ 4 เรื่อง คือ 1.ผู้เดินทางฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 2.ผลตรวจ RT-PCR เป็นลบก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง 3.ตรวจหาเชื้อซ้ำเมื่อมาถึงเข้าพักโรงแรมระหว่างรอผล
1 คืน หากผลเป็นลบสามารถเดินทางได้ทุกที่ในประเทศไทย และ 4.การเดินทางจากสนามบินนานาชาติถึงโรงแรมเป็น
ระบบปิด (Sealed Root) โดยอยู่ห่างกันไม่เกิน 2 ชั่วโมง ส่วนเด็กที่เดินทางมากับผู้ปกครองอาจยังไม่ได้รับวัคซีนต้อง
ตรวจเชื้อ หากพบผลบวกจะได้นำเข้าสู่การรักษา เพื่อไม่ให้แพร่ระบาดคนในประเทศ ส่วนกรณีพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ท่องเที่ยวแต่ละจังหวัดจะมีการออกมาตรการรองรับ ซึ่งที่ผ่านมาเราติดตามควบคุมได้ดี เนื่องจากเดินทางโดยเครื่องบิน ที่ผ่านมาพบการติดเชื้อน้อย เมื่อพบติดเชื้อก็นำเข้าระบบการควบคุมรักษาได้ทันที
ส่วนกรณีข้อเสนอการเปิดประเทศรองรับประเทศเพื่อนบ้าน หากรับวัคซีนครบ ผลตรวจ ATK เป็นลบ สามารถ
เดินทางเข้าประเทศไทย 1 วัน เพื่อจับจ่ายใช้สอยก่อนกลับประเทศ อยู่ระหว่างการประชุมหารือเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุปต่อไป ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงต้องตรวจหาเชื้อโควิด โดยหลักการต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง
******************************** 26 ตุลาคม 2564


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *