จากข้อมูลการฆ่าตัวตายของกรมสุขภาพจิตเมื่อปี 2563 พบใน อัตรา 7.37 ต่อแสนประชากรต่อปี

แชร์ข่าวนี้

📌 จากข้อมูลการฆ่าตัวตายของกรมสุขภาพจิตเมื่อปี 2563 พบใน อัตรา 7.37 ต่อแสนประชากรต่อปี เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีแนวโน้มเพื่อขึ้นสูงขึ้น และพบว่าวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ฆ่าตัวตายมากกว่า 5 ต่อแสนประชากรต่อปีหากนับรวมคนหนุ่มสาวในอายุ 10-24 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายมากกว่า 3 ต่อแสนประชากร แต่ก็น่าเป็นห่วงเนื่องจากเป็นการสูญเสียก่อนวัยอันควร

📌สำหรับสถิติทั่วโลกการฆาตกรรมในครอบครัวเป็น 1 ใน 2 ของการฆาตกรรมหมู่จึงนับว่ามีความรุนแรง สาเหตุหลักของการฆ่าตัวตายและฆ่าคนในครอบครัว
➡️ คิดว่าจะเป็นการหนีความทุกข์ไปด้วยกัน
➡️ ปัญหาสัมพันธภาพเมื่อจบชีวิตคู่ครองแล้วก็ฆ่าตัวตายเพราะรู้สึกผิดหรือคิดจะหนีความผิด

📌 เนื่องจากการฆาตกรรมในครอบครัว พบว่า ผู้กระทำผิดจะฆ่าตัวตายร่วมด้วย จึงนับรวมในปัญหาการฆ่าตัวตายเพื่อป้องกันด้วย

📌 น่าตกใจอย่างมากที่สำนักข่าวบ้านเราเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น ชีวประวัติ วิธีการ รวมถึงสรุปมูลเหตุของการฆ่าตัวตาย ทั้งหมดอย่างละเอียด จากการศึกษาจากทั่วโลก พบข้อมูลที่น่าสนใจและตรงกันว่าการฆ่าตัวตาย เป็นพฤติกรรรมที่มีความสลับซับซ้อนซึ่งบุคคลมีความเครียดสะสม ไม่เพียงสาเหตุเดียวตามการสรุปของบ้านเรา ย้อนกลับไปดู การนำเสนอข่าว การฆ่าตัวตายในต่างประเทศและทั้งโลก พบว่า ไม่มีการพาดหัวข่าวการฆ่าตัวตายที่สรุปสาเหตุหรือไม่แม้กระทั้งนำเสนอ ชื่อ นามสกุล หรือแหล่งข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงครอบครัวหรือคนใกล้ชิด เนื่องจากการกระทำดังกล่าวนำไปสู่การซ้ำเติมความสูญเสียต่อครอบครัวและบุคคลรอบข้าง ของผู้เสียชีวิตให้รู้สึกผิด เหล่านี้เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น

📌 สำคัญที่สุด คือ การนำเสนอข้อมูลเพียงผิวเผินหรือผิดสาเหตุและอธิบายวิธีการโดยละเอียดกลุ่มเปราะบางที่กำลังมีปัญหาแบบเดียวกับผู้เสียชีวิต การนำเสนอข้อมูลดังกล่าวสามารถกระตุ้นให้กระทำการแบบเดียวกันได้ในกลุ่มเปราะบางเนื่องจากคิดว่าเป็นจุดจบหรือทางออกของปัญหา ภาษาอังกฤษเรียนว่า Copy Cat การฆ่าตัวตายเลียนแบบ

📌แน่นอนว่ากรมสุขภาพจิตไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าวมีระบบสายด่วนสุขภาพจิตที่เบอร์ 1323 ตลอด 24 ชม. และสถานบริการในสังกัดทั่วประเทศ รวมถึงการประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นผ่าน mental health check in ที่ https://checkin.dmh.go.th/ สำหรับบุคคลใกล้ชิดหากเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเตือนที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย เช่น มักระบายความรู้สึกกับคนใกล้ชิดหรือ ใน Social Media โพสต์ข้อความแบบสั่งเสียเป็นนัย ๆ เช่น ขอโทษ ลาก่อน ไม่อยากอยู่แล้ว ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน รู้สึกผิด/ล้มเหลวหมดหวังในชีวิต เป็นภาระผู้อื่น เป็นต้น
หากเริ่มติดเหล้าสารเสพติด ประสบปัญหาในชีวิตรุนแรงและยาวนาน แยกตัวไม่พูดกับใคร อารมณ์แปรปรวน/ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

📌การช่วยเหลือสำคัญใช้หลักการปฐมพยาบาลทางใจ ดังที่กรมสุขภาพจิตเน้นมาโดยตลอด คือ หลัก 3 ส
▶️ สอดส่อง มองหา ว่าใครเป็นผู้มีปัญหาโดยสามารถสังเกตุได้จากพฤติกรรม คำพูด การแสดงออกต่างๆ ดังตัวอย่าง ข้างต้น
▶️ ใส่ใจ รับฟัง เข้าไปพูดคุย ซักถาม เพราะจะช่วยให้คนที่กำลังมีปัญหาให้มีสติและมีความรู้สึกตัวมากขึ้น กว่าการที่วนเวียนอยู่แต่เรื่องของตนเอง การปลอบใจว่า “อย่าคิดมาก” จะไม่เพียงพอสำหรับคนที่มีปัญหามาก ทั้งยังทำให้ไม่กล้าบอกเล่า
▶️ส่งต่อ เชื่อมโยง หาทางให้เขาได้รับการช่วยเหลือ จากหน่วยงาน เช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ โดยพยายามชักจูง พาคนที่มีปัญหา ไปหน่วยงานเหล่านี้จะมีบุคลากร และระบบที่จะช่วยเหลือได้ถูกทาง

🧑🏻‍🏫 นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *