สปคม.เตือนค่ายมวยหรือหอพัก..การใช้อุปกรณ์และแก้วน้ำร่วมกัน เสี่ยงต่อการติดโรคโควิด 19

แชร์ข่าวนี้

กรมควบคุมโรค มอบให้สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง จัดทีมปฏิบัติการเชิงรุกป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก (ทีมCCRT)กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ระบาดเป็นกลุ่มก้อนถึง11 ราย ในค่ายมวยแห่งหนึ่ง เขตบางกอกน้อย โดยปฏิบัติการร่วมกับทีมกทม. สำรวจสิ่งแวดล้อม พบจุดเสี่ยงการติดเชื้อโรคโควิด 19 ที่ค่ายมวย ครั้งนี้ คือ การใช้แก้วน้ำรวม และอุปกรณ์กีฬาร่วมกัน จึงขอความร่วมมือสถานที่ที่อยู่รวมกัน เช่น ค่ายมวยหรือหอพักเข้มงวดปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ควบคุมโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด
…นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง(สปคม.) เปิดเผยว่า วันที่ 22 มกราคม 2565 กรมควบคุมโรค ได้มอบให้สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง จัดทีมปฏิบัติการเชิงรุกป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก (Comprehensive Covid-19 Response Team หรือ CCRT)ลงพื้นที่ กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในค่ายมวยแห่งหนึ่งในเขตบางกอกน้อย ระบาดเป็นกลุ่มก้อนถึง 11 ราย สปคม.ได้จัดทีม CCRTโซนเขตกรุงธนบุรีเหนือ ปฏิบัติการร่วมกับสำนักงานเขตบางกอกน้อย เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมเขตบางกอกน้อย และศูนย์บริการสาธารณสุข 30 ลงพื้นที่สำรวจสิ่งแวดล้อม ณ ค่ายมวยดังกล่าว พบว่า สมาชิกในค่ายมีทั้งหมด 14 คน เป็นนักมวย 11 คน และทีมงาน 3 คน ซึ่งสมาชิกจำนวน 11 คนพักอาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านเช่าใกล้กับค่ายมวย โดยวันที่ 18 ม.ค.65 มีนักมวย1 คน เพศชาย อายุ 14 ปีมีอาการมีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมานักมวยคนอื่นๆในค่ายมวย เริ่มมีอาการไม่สบาย เจ็บคอ และวันที่ 20 ม.ค.65 ผู้จัดการค่ายมวย จึงนำสมาชิกค่ายมวยทั้ง 14 คน ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาล ได้รับการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ RT-PCR ผลตรวจ พบติดเชื้อโควิด19 จำนวน11 ราย ซึ่งเข้า Home Isolation โดยกักตัวที่บ้านเช่าใกล้ค่ายมวยแล้ว ส่วนกลุ่มเสี่ยงสูง 3 คน ได้กักตัวแล้ว พร้อมนี้ค่ายมวยได้ปิดดำเนินการวันที่ 20 ม.ค.65 และได้มีการฉีดพ่นและเช็ดทำความสะอาดค่ายมวย


นพ.สุทัศน์ กล่าวต่อไปว่า พบว่า ค่ายมวยมีลักษณะเปิดโล่ง มีห้องอาบน้ำ 1 ห้องใช้ร่วมกัน และนักมวยทุกคนจะมีเสื้อผ้า ผ้าพันมือ แยกใช้ของแต่ละคน แต่ใช้อุปกรณ์ในการซ้อมมวยร่วมกัน เช่น นวม กระสอบทราย เชือกกระโดด และมีการดื่มน้ำแก้วเดียวกัน ด้านการทำความสะอาดค่ายมวย ทำเพียง 1 ครั้ง ในเวลาเช้า และในบริเวณค่ายมวยไม่มีจุดตั้งแอลกอฮอล์เจล ด้านการคัดกรองโควิด 19 ตรวจด้วยATK ทุก 2 สัปดาห์ และคัดกรองก่อนออกไปชกมวยนอกสถานที่ทุกครั้ง แต่ไม่มีการคัดกรองบุคคลภายนอกที่เข้ามาฝึกซ้อมมวย ด้านการรักษาระยะห่าง พบว่า ค่ายมวยทำอาหารรับประทานเอง สมาชิกทุกคนรวมกลุ่มรับประทานร่วมกัน และดื่มน้ำแก้วเดียวกัน ด้านการสวมหน้ากากอนามัย นักมวยต้องออกไปซ้อมวิ่งทุกเช้า ระยะทาง 20 ก.ม. ไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย และขณะซ้อมมวยที่ค่ายไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย โดยสรุปปัจจัยเสี่ยงการติดโรคโควิด 19 ครั้งนี้ สมาชิกในค่ายมวยมีการทำกิจกรรมร่วมกันเป็นเวลานาน และเป็นประจำทุกวัน รับประทานอาหารด้วยกัน ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน ห้องอาบน้ำมี 1 ห้องใช้ร่วมกัน ความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณที่เป็นจุดสัมผัสร่วมน้อย และ ไม่มีการคัดกรองผู้ที่เป็นบุคคลภายนอกที่เข้ามายังค่ายมวย จึงแนะนำดังนี้ 1)กำหนดจำนวนนักมวยที่เข้ามายังค่ายมวย โดยแบ่งรอบในการเข้าซ้อม และจัดรอบในการรับประทานอาหาร เพื่อลดความแออัด และให้ทุกคนแยกของใช้ส่วนตัว ไม่ใช้ร่วมกัน 2) เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นจุดสัมผัสร่วมให้ทำความสะอาดทุก 2 ชั่วโมง และเพิ่มจุดตั้งแอลกอฮอล์เจลในค่ายมวย และ 3) คัดกรองบุคคลภายนอกที่เข้ามายังค่ายมวยทุกครั้ง สำหรับทางด้านติดตามอาการของกลุ่มเสี่ยงทั้ง 3 คน นั้น ทางศบส.30 จะดำเนินการติดตามอาการถึงวันที่ 3 ก.พ.65 และจะมีการตรวจATK

ให้กับกลุ่มเสี่ยงอีกครั้งในวันที่ 26 ม.ค.65


ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้ดูแลและสมาชิกที่อยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ค่ายมวย และหอพัก ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ควบคุมโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด รักษาความสะอาด เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่เชื้อ การอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคน


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น