กรมอนามัย จับมือภาคีเครือข่าย MOU “ร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก” หนุนแม่มือใหม่ส่งนมข้ามจังหวัด ช่วยลูกไม่พลาดนมแม่

แชร์ข่าวนี้

    กรมอนามัย จับมือภาคีเครือข่าย MOU “ร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก” หนุนแม่มือใหม่ส่งนมข้ามจังหวัด ช่วยลูกไม่พลาดนมแม่
​วันนี้ (27 มกราคม 2565) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“โครงการภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก” พร้อมด้วย แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธาน มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย คุณชนิดา สมานจิตร ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กรและการตลาด ผู้แทนบริษัท ขนส่ง จำกัด คุณยอดพจน์ วงศ์รักมิตร ประธานกรรมการบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด คุณธีลฎี พันธุมจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้แทนบบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด และคุณกฤษดา อารัมภวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอเวอรี่เดย์ ด๊อกเตอร์ จำกัด ณ ห้องประชุมกำธร สุวรรณกิจ อาคาร 1 ชั้น 1 กรมอนามัย

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__25682148-1024x681.jpg
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะส่งเสริม สนับสนุนและปกป้องให้เด็กทุกคนได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก คือ กินนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด กินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และกินนมแม่ต่อเนื่องควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น โดยกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในปี 2568 ทารกร้อยละ 50 จะได้กินนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน ซึ่งสอดคล้องตามเป้าหมายของทุกประเทศทั่วโลก ดังนั้น การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก” ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ร่วมกับมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย บริษัท ขนส่ง จำกัด บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด และบริษัท เอเวอรี่เดย์ ด๊อกเตอร์ จำกัด ในครั้งนี้ จะสนับสนุนให้แม่ที่ทำงานต่างจังหวัดสามารถส่งนมแม่ข้ามจังหวัดได้ โดยไม่มีภาระ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้แม่ที่ทำงานนอกบ้าน หรือแม่ที่ทำงานต่างจังหวัดที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยังคงสามารถให้ลูกได้กินนมแม่ อย่างต่อเนื่องเท่าที่ต้องการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นอกจากเป็นการส่งต่อภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติให้ลูกน้อยแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะนมแม่สามารถผลิตได้เองโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกบ้านเพื่อไปหาซื้อ สามารถให้ลูกกินได้ ทุกที่ ทุกเวลา

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ปี 2562 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ พบว่า มีทารกไทยเพียงร้อยละ 34 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และมีเพียงร้อยละ 14 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต รวมทั้งมีทารกเพียงร้อยละ 15 ที่ได้กินนมแม่ต่อเนื่องถึง 2 ปี ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกคนในสังคม ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง สนับสนุนและปกป้องให้เด็กไทยทุกคนได้กินนมแม่ตามสิทธิของเด็ก ขณะเดียวกันแม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านยังคงสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก เนื่องจากมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กเล็กทุกช่วงวัย นมแม่จึงเปรียบเสมือนวัคซีนในการป้องกันโรค ตั้งแต่หยดแรก เพราะในน้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันโรค ที่ไม่สามารถหาได้จากอาหารอื่น และยังส่งผลดีต่อพัฒนาการทางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม
“ทั้งนี้ นับตั้งแต่ ปี 2563-2564 ที่เริ่มมีการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการให้บริการขนส่งนมแม่ฟรี มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3,690 ราย และเพื่อเป็นการสนับสนุนให้แม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน ยังคงสามารถเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ได้ จึงได้จัดโครงการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยจะสิ้นสุดในปี 2567 เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการขนส่งนม และยังช่วยชะลอการเริ่มเลี้ยงลูกด้วยนมผงได้อีกด้วย ซึ่งในการลงนามในครั้งนี้ ทางมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ได้จัดทำคำแนะนำขั้นตอนการเก็บนมแช่แข็ง การบรรจุนมเพื่อขนส่ง รวมทั้งบริษัท ขนส่ง จำกัด บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ดำเนินงานแจ้งเส้นทางการขนส่ง จุดรับ – ส่งนมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ และให้ความอนุเคราะห์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายทุกเส้นทางที่บริษัทให้บริการ ยกเว้นการให้บริการระหว่างประเทศ และบริษัท เอเวอรี่เดย์ ด๊อกเตอร์ จำกัด ที่ช่วยดำเนินงานดูแลและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบ Line@” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__25682150-1024x570.jpg
ทางด้าน แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่สนับสนุนให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งน้ำนมฟรี การสนับสนุนให้มีการลาคลอด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 นี้ แม่ที่ฉีดวัคซีนสามารถส่งต่อภูมิคุ้มกันสู่ลูกโดยผ่านน้ำนมได้
ทางด้าน คุณธีลฎี พันธุมจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้แทนบบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวว่า บริษัทแอร์เอเชีย มีความยินดีอย่างยิ่งที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการที่ดีให้เด็กไทยได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายในปี 2568 ของกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก
ทางด้าน คุณชนิดา สมานจิตร ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กรและการตลาด ผู้แทนบริษัท ขนส่ง จำกัด กล่าวว่า บริษัทขนส่งจำกัด มีความยินดีที่มีส่วนร่วมในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของแม่และลูก โดยที่ผ่านมาบริษัทได้สนับสนุนการขนส่งนมแม่กว่า 20,000 ครั้ง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และเชื่อมความรักความสัมพันธ์กับแม่และลูก
ทางด้าน คุณยอดพจน์ วงศ์รักมิตร ประธานกรรมการบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด กล่าวว่า กว่า 35 ปีของนครชัยแอร์ ที่มีสาขากว่า 82 แห่ง เราสามารถนำจุดแข็งนี้นำส่งนมแม่ไปยังลูกที่อยู่ต่างจังหวัด โดยบริษัทสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2562 ขอบคุณที่ทำให้นครชัยแอร์มีส่วนร่วมที่ดีต่อสังคม
ทางด้าน คุณกฤษดา อารัมภวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอเวอรี่เดย์ ด๊อกเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท เอเวอรี่เดย์ ด๊อกเตอร์ มีพันธกิจที่จะนำนวัตกรรมด้านดิจิดอลเพื่อช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น โดยการสนับสนุนระบบดูแล Eco system ของ Line@ ผ่าน @anamaimilk โดยการนำความรู้ความสมารถสนับสนุนให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานตามที่ต้องการ

***
กรมอนามัย / 27 มกราคม 2565


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น