ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี  เสด็จติดตามการดำเนินงาน โครงการ TO BE NUMBER ONE ณ จังหวัดน่าน

แชร์ข่าวนี้

            เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565  ที่ผ่านมา ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเยี่ยมสมาชิก และติดตามผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ทรงเปิดชมรม TO BE NUMBER ONE  กับศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBE ONE ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

 

           นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ในฐานะผู้นำในการเฝ้ารับเสด็จครั้งนี้ กล่าวว่า ข้าพระพุทธเจ้า รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าพระบาททรงรับเป็นองค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE  โดยพระราชทานแนวทางการดำเนินงาน และทรงติดตามงาน ด้วยพระองค์เอง เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนไทยปลอดภัยจากยาเสพติด เติบใหญ่ เป็นอนาคตของชาติอย่างเต็มศักยภาพ

           โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นโครงการด้านการป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น ทั้งในและนอกระบบการศึกษา มีการดำเนินกิจกรรมในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงจิตวิทยาวัยรุ่น ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่ 1  คือ การปลุกพลังแผ่นดินและการป้องกันปัญหายาเสพติด แนวคิดพระราชทานในการดำเนินโครงการ คือ การสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเข้าใจและเข้าถึงจิตใจความต้องการของเยาวชน โดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ที่เยาวชนสนใจเป็นเครื่องมือเข้าหากลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างค่านิยมไม่ยุ่งเกี่ยวกับ ยาเสพติด สร้างความมั่นใจให้เยาวชนวัยรุ่นได้รู้สึกดีกับตัวเองภาคภูมิใจในตนเอง บนพื้นฐานการบูรณาการเครือข่ายทั้งด้านนโยบาย งบประมาณ และแนวทางการดำเนินงานในทุกระดับ

            จากทศวรรษที่ 1 ของโครงการที่เน้นการรณรงค์เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดกระแสค่านิยม “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด”โดยจัดหาสมาชิกเพื่อจัดตั้งชมรม และศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE สร้างอาสาสมัครแกนนำ สู่ทศวรรษที่ 2 คือ การพัฒนาคุณภาพสมาชิกให้เป็นคนเก่งและดี เพื่อแก้ปัญหา ของเยาวชน และที่สุด ก้าวต่อไปของโครงการคือการมุ่งสู่ความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของสมาชิก

             ด้วยความตระหนักซาบซึ้งถึงพระบารมี พระอัจฉริยภาพ และพระวิริยะอุตสาหะ ที่ใต้ฝ่าพระบาทได้ทรงทุ่มเทพระวรกายดำเนินงานในโครงการ TO BE NUMBER ONE ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอถวายคำมั่นสัญญาว่า จะทุ่มเทสติปัญญา แรงกาย แรงใจ ปฏิบัติงานโครงการ สนองพระปณิธานของใต้ฝ่าพระบาท ให้บรรลุเป้าหมายของโครงการอย่างเต็มกำลังความสามารถ

             ด้านนายวิบูรณ์  แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน  กล่าวว่า ตลอดเวลา 19 ปี จังหวัดน่านได้รับเอาแนวทางโครงการ TO BE NUMBER ONE มาดำเนินการ  โดยการขยายเครือข่ายที่เข้มแข็ง  จัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE ครอบคลุม 15 อำเภอ ภายใต้จุดมุ่งหมายของการดำเนินงาน คือ คนน่านมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติดและเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง จังหวัดน่านจึงได้ประกาศนโยบายในการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE  เป็นวาระจังหวัดน่าน  ในปี  2555 โดยมีรูปแบบการดำเนินงานเพื่อให้สู่เป้าหมาย “เด็กน่าน เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด” ใช้กระบวนการพัฒนาทักษะชีวิต เครือข่ายการป้องกัน ช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มเสี่ยง และผู้มีปัญหายาเสพติด ในรูปแบบ “เด็กนำ ผู้ใหญ่ หนุน”

            ปัจจุบัน จังหวัดน่าน มีเยาวชน อายุ 6-24 ปี ทั้งสิ้น 100,468 คน เป็นสมาชิก TO BE NUMBER ONE  จำนวน 86,232  คน คิดเป็นร้อยละ 85.83  ขับเคลื่อนอำเภอ TO BE NUMBER ONE ครอบคลุม 15 อำเภอ จัดตั้งและดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE ทั้งหมด 282 ชมรม และในจำนวนนี้พัฒนากิจกรรมไปสู่รูปแบบศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE 65 แห่ง กระจายครอบคลุม ทั้งสถานศึกษา ชุมชน สถานประกอบการ สถานพินิจ เรือนจำและสำนักงานคุมประพฤติ จังหวัดน่าน  มีสื่อสัญลักษณ์ของชมรม TO BE NUMBER ONE โดยข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่า สวมเสื้อชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดน่าน ทุกวันพุธ และมีโลโก้ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดน่าน ร่วมด้วย

 

            ในขณะที่นายวัชรพล  พรมชาติ  ประธานชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 กล่าวว่า  ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 ได้น้อมนำหลักการดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONE มาเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และด้วยความร่วมมือจากคณะครู นักเรียน ภาครัฐ เอกชน ประชาชน และด้วย  ความตั้งใจ มุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินงานอย่างจริงจังของนักเรียน ส่งผลให้สมาชิก TO BE NUMBER ONE ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 มีลักษณะโดดเด่นในด้านการเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก

             ชมรมก่อตั้งขึ้นในปี 2560 กิจกรรมเด่น คือการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในรูปแบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” “พี่สอนน้อง” “บ้านในโรงเรียน” มีการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพของสมาชิก การจัดกิจกรรมต้านยาเสพติด เช่น ดนตรี กีฬา นันทนาการ กิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปะ และกิจกรรมทักษะอาชีพ ส่งตัวแทนเข้าร่วมค่ายและกิจกรรมต่างๆ ที่ทางหน่วยงานและจังหวัดจัดขึ้น สำหรับโครงการใครติดยายกมือขึ้น คณะกรรมการฝ่ายสอดส่องดูแลร่วมกับฝ่ายกิจการนักเรียน สุ่มตรวจปัสสาวะ และสุ่มตรวจเรือนนอนนักเรียน  เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียน ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ผลสำเร็จที่ได้คือ สมาชิกทุกคนมีพื้นที่ในการแสดงความสามารถ เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง มีเป้าหมายในชีวิต มีจิตอาสา  ผู้ที่เคยมีพฤติกรรมไม่ดี ได้กลับตัว มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น และได้รับการยอมรับ

              นางสาววรรณวิศา  กลิ่นจันทร์ ผู้จัดการศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 กล่าวว่า เปิดให้บริการมาแล้ว 4 ปี เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ ในช่วงพักกลางวัน และช่วงหลังเลิกเรียน วันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่ 9โมงเช้า-3 โมงเย็น มีอาสาสมัครประจำศูนย์ 20 คน โดยใช้หลักในการทำงานคือ 3 ส. ส.ที่ 1 ส่งเสริมให้สมาชิกรักและเห็นคุณค่าในตนเอง ส.ที่ 2 สร้างสรรค์ คือ มีรูปแบบแนวคิดและการจัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ และ ส.ที่ 3 สร้างสุข เป็นการดำรงตนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข กิจกรรมภายในศูนย์เพื่อนใจฯ มีบริการให้คำปรึกษา การพัฒนา EQ และกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่วนใหญ่เป็นการส่งเสริมทักษะอาชีพ ศิลปะสร้างสรรค์ และการส่งเสริมอัตลักษณ์ของโรงเรียน กิจกรรมเด่น คือ งาขี้ม่อนสู่ขนมพื้นบ้าน  แกะสลักหัวเรือ  เยาวชนรุ่นใหม่ ใส่ใจปักผ้าชนเผ่า และเครื่องเงินน่าน

            ในวโรกาสนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานพระอนุญาตให้สมาชิก       “ใครติดยายกมือขึ้น” จากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดน่าน ซึ่งเคยติดยาเสพติดและปัจจุบันมีความมุ่งมั่นที่จะเลิกเสพ เข้าเฝ้าพร้อมทั้งพระราชทานกำลังใจและคำแนะนำเพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำในกลุ่มเสี่ยง และพระราชทานคำปรึกษาแก่สมาชิก TO BE NUMBER ONE จากสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดน่าน ที่ซักถามปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการกับปัญหาอย่างเหมาะสมต่อไป


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น