“จุรินทร์” ยันยืดขึ้นราคา18สินค้าจำเป็นนานที่สุด

แชร์ข่าวนี้

“จุรินทร์” ย้ำผลกระทบน้ำมันทำของแพง ยันพยายามเต็มที่ช่วยทุกฝ่าย ยืดเวลาปรับขึ้นสินค้าจำเป็น 18 รายการให้นานที่สุด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำเรื่องราคาสินค้าเป็นผลกระทบมาจากราคาน้ำมัน เรื่องนี้รัฐบาลได้ช่วยในการตรึงราคาในระยะเวลาหนึ่ง

ตอนนี้เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายที่จะต้องดำเนินการ ที่สำคัญต้องรับความจริงว่า เมื่อมีการปรับราคาน้ำมันจะมีผลกระทบต่อต้นทุน และค่าขนส่งสินค้า จะไปกระทบกับราคาสินค้าที่จำหน่ายให้กับผู้บริโภค ในส่วนนี้กระทรวงพาณิชย์ก็อยู่ปลายทาง

ทั้งนี้ เมื่อต้นทุนน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์จะพยายามเข้าไปดูให้ดีที่สุด ให้ทั้ง 3 ฝ่ายอยู่ด้วยกัน ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการและบริโภค ซึ่งรายละเอียดในแต่ละรายการสินค้าจะมีความแตกต่างกันแต่ละประเภท พร้อมย้ำสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

 

ซึ่งมีอยู่ 18 รายการ จะพยายามช่วยยืดระยะเวลาอั้นให้ได้นานที่สุด แต่บางตัวก็จำเป็น กรมการค้าภายในช่วยดูลึกลงไปในรายละเอียด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต้องยอมรับว่า ปาล์มน้ำมัน ผลปาล์มราคาสูงมากและเกษตรกรพอใจมาก แต่ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จและอาหารสำเร็จรูป

 

สำหรับนักธุรกิจจะมีผลกระทบสำหรับปรากฏการณ์ร้านอาหารที่ปิดตัวลงนั้นเรื่องนี้ปรากฏขึ้นมาเป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงที่ประสบภัยโควิดหลายร้านปิดลง อาจไม่เฉพาะในเรื่องราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญ แต่มีปัจจัยโควิดที่ตลาดหรือผู้บริโภคในประเทศ นักท่องเที่ยวหายไป ถ้าเกิดเปิดประเทศและนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ ก็จะมีส่วนในการช่วยต่อลมหายใจได้บางส่วน

 

ขณะเดียวกันในช่วงที่ประสบภัยโควิดตนได้ช่วยร้านอาหารจัดโครงการ” จับคู่กู้เงิน สถาบันการเงินกับร้านอาหาร” เพื่อให้สามารถมีแหล่งเงินทุนและแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำพิเศษและเงื่อนไขผ่อนปรนไปหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

 

โดยหวังว่า ถ้ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาก็จะช่วยให้กิจการร้านอาหารในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และคิดว่า การท่องเที่ยวจะเข้ามาเป็นตัวช่วยอีกตัวหนึ่งนอกจากการส่งออก

 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาต้องยอมรับความจริงว่ากระทรวงพาณิชย์ทำงานหนักร่วม กับเอกชนในการทำให้การส่งออกขับเคลื่อนได้และเราประสบความสำเร็จในปี 2564 นำเงินเข้าประเทศถึง 8.5 ล้านล้านบาท เป็นบวกถึง 17.1% และปีนี้ 3 เดือนแรก การส่งออกเป็นบวกถึง 20% นำเงินเข้าประเทศกว่า 2 ล้านล้านบาทแล้ว ถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อน สำคัญ ตนทุ่มเทการทำงานเต็มที่กับการนำเงินเข้าประเทศ

 

โดยการส่งออกเราตั้งเป้าปีนี้ให้ได้ 9 ล้านล้านบาท จากปีที่แล้ว 8.5 ล้านล้านบาท โครงการไทยเที่ยวไทยช่วยได้ไม่มาก เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเข้ามาไม่ได้ แต่เมื่อเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤษภาคม คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ก็จะช่วยได้มากขึ้น

 

 

 

 

 


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น