“เรือ-สองแถว” ขึ้นแน่ค่าตั๋วดีเซลแพง

แชร์ข่าวนี้

น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งกับการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในวันที่ 1 พ.ค. หลังรัฐบาลเลิกตรึงราคาขายปลีกไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่มีการปรับขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนราคาสินค้า และ ค่าครองชีพของปชช.ที่จะสูงขึ้น เรือคลองแสนแสบ ที่แล่นผ่านใจกลางเมือง ประกาศชัด หากราคาน้ำมันดีเซลยืนเหนือลิตรละ 30 บาท เป็นระยะเวลา 15 วันก็จะปรับขึ้นค่าโดยสารอีกระยะทางละ 1 บาท

 

โดยนายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเดินเรือโดยสารคลองแสนแสบ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น ว่า ทุกวันนี้เรือคลองแสนแสบแบกภาระต้นทุนค่าน้ำมันดีเซลมาเป็นเวลานาน แต่เพื่อเป็นการลดภาระค่าครอบชีพให้กับประชาชนในช่วงที่น้ำมันแพง สินค้าราคาสูง ทางบริษัทฯจึงพยุงค่าโดยสารไว้ และพยุงรายจ่ายที่มีอยู่ ให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ โดยเฉพาะต้นทุนในการเติมน้ำมันเรือจะอยู่ที่ 10,000 ลิตร/วัน กับปริมาณเรือ 40 คัน ถือเป็นปริมาณที่เยอะมากหากคิดเป็นจำนวนเงิน

 

แต่ปัจจุบันเริ่มมีความหวังเพราะภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน บริษัทฯต่างๆ ยกเลิกการทำงานที่บ้าน และกลับมาทำงานตามปกติ ทำให้ผู้โดยสารเริ่มกลับมาใช้บริการเรือโดยสารทำให้ในช่วงนี้รายได้กลับมา ซึ่งผู้โดยสารปัจจุบันเฉลี่ย 10,000คน/วัน จากก่อนหน้า ประมาณ 4,000-5,000คน/วันเท่านั้น พร้อมกันนี้มองว่าผู้โดยสารจะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 40,000 คน/วัน เหมือนช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะทำให้บริษัทฯพอมีกำไร จากก่อนหน้าที่มีการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19ที่เข้มงวดบริษัทฯขาดทุนเดือนละ3-5ล้าน แต่พยายามแบกรับเรื่อยมา

 

ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมยกเลิกตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 30 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.หากมีการประกาศลอยตัว ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดปรับราคาขึ้นเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 15 วัน เรือคลองแสนแสบ จะปรับขึ้นค่าขนส่งเส้นทาง วัดศรีบุญเรือง – สะพานผ่านฟ้าลีลาส ตามระยะทางเพิ่มขึ้นอีกระยะทางละ 1 บาท คือปรับจาก 9, 11, 13, 15, 17, 19 บาท (9-19 บาท) เป็น 10, 12, 14, 16, 18, 20 บาท (10-20 บาท)ทั้งนี้ เป็นการปรับขึ้นราคาตามประกาศคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือเดินประจำทาง ของกรมเจ้าท่า

 

และไม่เพียงแต่เรือโดยสารคลองแสนแสบเท่านั้นที่จะขึ้นราคา เพราะล่าสุด รถสองแถวก็ประกาศชัดขึ้นค่าโดยสารแน่

 

ซึ่งนายฉัตรชัย ภู่อารีย์ ที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหมวด 4 เอกชน กรุงเทพมหานคร หรือรถสองแถว เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ปัจจุบัน รถสองแถวที่วิ่งให้บริการทั่วกรุงเทพมหานคร มีอยู่ 3,000 คัน ที่ต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันแพงน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ขณะที่ค่าโดยสารตลอดเส้นทางเพียง 8 บาท ดังนั้นหากรัฐบาลจะยกเลิกการตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 30 บาท ก็จะส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนวิ่งรถสองแถงเพิ่มขึ้นอีก 25-30%

 

ซึ่งผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระและมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท จาก 8 บาทตลอดเส้นทางเป็น 10 บาทเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน สำหรับรถสองแถวแล้วไม่สามารถหยุดวิ่งให้บริการได้ แม้ว่าจะไม่มีคนใช้บริการ เพราะต้องทำตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก บังคับให้ต้องเปิดให้บริการประชาชนทุกวัน และถ้าวันไหนไม่มีผู้โดยสารหรือผู้โดยสารน้อยเท่ากับว่าในวันนั้นต้องวิ่งรถให้บริการแบบขาดทุน หรือวิ่งรถเปล่าในแต่ละเที่ยว

 

อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยช่วยเหลือจัดหาน้ำมันราคาพิเศษ หรือจะเป็นรูปแบบการแจกคูปองเติมน้ำมันราคาพิเศษ ผู้ประกอบการจ่ายลิตรละ 25-27 บาท และรัฐบาลจ่ายส่วนต่างที่เหลือเหมือนในอดีตเคยทำมาแล้ว สำหรับรถสองแถวแล้วถือว่าการปรับขึ้นค่าโดยสารอาจจะทำให้กระทบต่อค่าของชีพของประชาชนเข้าไปอีกในยุคที่สินค้ามีราคาแพงเทียบกับรายได้ที่รถน้อยลง ดังนั้นลูกจึงอยากให้รัฐบาลหาแนวทางมาช่วยเหลือเพื่อให้ผู้ประกอบการไม่ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร เพราะหากเป็นเช่นนั้นคนที่ได้รับผลกระทบจะเป็นประชาชนผู้ใช้บริการ

 

และนี่ก็เป็นเสียงสะท้อนของผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขับเคลื่อนเชื่อมโยงกับประชาชน ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อว่า รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เพราะทั้งหมดนี่ คือผลกระทบจากดีเซลแพงนั่นเอง


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น