กรมอนามัย เผย กิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันแบบ “New normal” ช่วยเด็กประถม แปรงฟันเพิ่มขึ้น ร้อยละ 97.2

แชร์ข่าวนี้

กรมอนามัย เผย กิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันแบบ “New normal” ช่วยเด็กประถม แปรงฟันเพิ่มขึ้น ร้อยละ 97.2

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนให้โรงเรียน สถานศึกษา จัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน พร้อมเผยผลการศึกษาการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันแบบ “New normal” พบเด็กประถมศึกษาแปรงฟัน หลังอาหารกลางวันเพิ่มขึ้น ร้อยละ 97.2 หวังลดปัญหาฟันผุในเด็ก

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ S__44695610-1024x679.jpg
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า หลังจากเปิดภาคการเรียนการสอนแบบ On-site มาได้ประมาณ 1 เดือน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เด็กนักเรียนกลับมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ ภายในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น กรมอนามัยจึงแนะนำให้โรงเรียนจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันภายในโรงเรียน เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักแปรงฟันตนเอง และเรียนรู้ว่าการแปรงฟันเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน เมื่อเด็กแปรงฟันเป็นประจำ จะเกิดความเคยชินกับการมีสภาพช่องปากสะอาด ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ และเหงือกอักเสบ ซึ่งจากผลการศึกษาของนางสาวปาจรียภัทร นาควารี และนางสาวชนิกา โรจน์สกุลพานิช สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย เรื่อง “ชีวิตวิถีใหม่กับการยกระดับกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในเด็กนักเรียน” ที่ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง Like talk KM ในการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ที่ผ่านมา พบว่า การสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันแบบ “New normal” ส่งผลให้นักเรียนประถมศึกษามีพฤติกรรมการแปรงฟันเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.9 ในปี 2562 เป็นร้อยละ 97.2 ในปี 2563 เป็นการป้องกันและลดปัญหาฟันผุในเด็ก จากการฝึกทักษะการแปรงฟันที่ถูกต้องที่โรงเรียน ส่งผลให้เด็กมีอนามัยช่องปากที่ดี ลดความเสี่ยงฟันผุ ทำให้เด็กไม่จำเป็นต้องไปรับบริการอุดฟัน หรือถอนฟัน ผู้ปกครองก็ไม่ต้องเสียเวลา และเสียค่าใช้จ่าย ในการเดินทางพาเด็กไปทำฟัน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
“ทั้งนี้ ครูประจำชั้นควรจัดให้มีกิจกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันแบบ “New normal” ในห้องเรียน ดังนี้ 1) ให้เด็กนักเรียนแปรงฟันในห้องเรียนโดยนั่งที่โต๊ะเรียน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของน้ำลายละอองน้ำ หรือเชื้อโรคสู่ผู้อื่น กรณีห้องเรียนแออัด ให้เหลื่อมเวลาในการแปรงฟัน 2) ก่อนแปรงฟันทุกครั้งให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเสมอ เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที หรือเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70 – 74 เปอร์เซ็นต์ หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม และเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร 3) ครูประจำชั้นเทน้ำให้นักเรียนใส่แก้วน้ำใบที่ 1 ประมาณ 15 มิลลิลิตร 4) นักเรียนนั่งที่โต๊ะเรียน แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ครอบคลุมทุกซี่ ทุกด้าน นานอย่างน้อย 2 นาที เมื่อแปรงฟันเสร็จแล้ว ให้บ้วนยาสีฟันและน้ำสะอาดลงในแก้วน้ำใบที่ 2 เช็ดปากให้เรียบร้อย 5) นักเรียนทุกคนนำน้ำที่ใช้แล้วจากแก้วใบที่ 2 เทรวมใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ และให้ครูประจำชั้นนำไปเททิ้งในที่ระบายน้ำของโรงเรียน ห้ามเทลงพื้นดิน 6) นักเรียนนำแปรงสีฟันและแก้วน้ำไปล้างทำความสะอาด แล้วนำกลับมาเก็บให้เรียบร้อย หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม และเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร และ 7) มีการตรวจความสะอาดฟันหลังการแปรงฟันด้วยตนเองทุกวัน โดยอาจมีกระจกของตัวเองในการตรวจดูความสะอาด เสริมด้วยกิจกรรมการย้อมสีฟัน อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการตรวจความสะอาดหลังแปรงฟัน” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
***
กรมอนามัย / 21 มิถุนายน 2565


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *