“มะเดี่ยว” อีกหนึ่ง…คนเก่ง คนดี จากชมรม TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยเทคนิคพังงา

แชร์ข่าวนี้

              ชมรม TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยเทคนิคพังงา ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2545 เป็นชมรมในสถานศึกษาแห่งแรกของคณะกรรมการอาชีวศึกษา ซึ่งทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จมาเปิดชมรมเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553 มีสโลแกนของชมรมคือ “ TO BE NUMBER ONE สร้างสรรค์คุณค่าเทคนิคพังงาไม่พึ่งพายาเสพติด ทำดีทำได้และต้องทำ คนทูบีต้องอดทน สิบล้อชนต้องไม่ตาย” โดยมีกิจกรรมและนวัตกรรมเด่นๆได้แก่  กิจกรรม TO BE ปันสุข มอบของให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ออกไปช่วยเหลือซ่อมรถจักรยานยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมถึงเครื่องจักรในการทำงาน  ร่วมจัดทำหน้ากากผ้า เฟซชิวฉากป้องกันหรือเบอร์ริเออเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ โควิด-19 แก่ประชาชนหน่วยงานราชการ เช่น โรงพยาบาลโรงเรียนและสถานีตำรวจ , นวัตกรรม TO BE NUMBER ONE พี่ซ่อม ให้น้องได้เรียน ชมรมเห็นความสำคัญของการเรียนทางไกลของเด็กประถมศึกษาและมัธยมศึกษาบางโรงเรียนอยู่ในสถานที่ห่างไกลในป่าบนเขาและบนเกาะอุปกรณ์สื่อสารการเรียนการสอนการรับข้อมูลทางการศึกษาชำรุดไม่มีงบประมาณในการซ่อมและยังเป็นการฝึกประสบการณ์ให้แก่พี่ๆสมาชิกที่เรียนในสาขาอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษา,กิจกรรมให้ความรู้และให้กำลังใจแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ ,กิจกรรม Big Family TO BE NUMBER ONE ซึ่งครูที่ปรึกษาชมรม หรือ ครูเปรม ครูฉลบฉลัย รัตนกุสุมภ์ จะออกเยี่ยมบ้านสมาชิกชมรมเพื่อรับทราบปัญหาและช่วยแก้ไขปัญหา ฯลฯ

             ชมรม TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยเทคนิคพังงา สำหรับ “มะเดี่ยว”หรือ นายอโณทัย จิตตลอด อดีตประธานชมรม TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยเทคนิคพังงา ปี 2559 นอกจากจะเป็นชมรมที่จัดขึ้นเพื่อสมาชิกได้ทำอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ช่วยสนับสนุนให้สมาชิกได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เกิดความภาคภูมิใจและมองเห็นคุณค่าของตนเอง อันเป็นหนทางห่างไกลยาเสพติดแล้ว ชมรมยังได้มอบโอกาสให้มะเดี่ยวอย่างมากมาย ได้เป็นประธานชมรม TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยเทคนิคพังงา ได้เป็นคณะกรรมการดำเนินงานองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทยระดับภาคใต้และระดับประเทศ ฯลฯ และที่สำคัญคือการได้รับโอกาสจากพี่ๆจากครูที่ปรึกษาในชมรม ได้ฝึกความกล้าแสดงออก ฝึกทักษะการพูด จากเป็นคนพูดติดอ่าง พูดไม่ชัด จนสามารถพัฒนาตัวเอง สู่ความฝันในการเป็นนักพูดได้สำเร็จ ซึ่งเป็นที่มาของข้อความที่ว่า TO BE NUMBER ONE ช่วยเติมเต็มความฝันของเราได้ แค่อย่าน้อยใจในข้อบกพร่องของตัวเอง ขอเพียงเรามีความพยายามและกล้าที่จะทำมัน

           “มะเดี่ยว”บอกว่าปัจจุบันตนเองทำงานอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคพังงา ตำแหน่งผู้ช่วยครูที่ปรึกษาชมรม  TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยเทคนิคพังงา และได้เล่าถึงประสบการณ์ดีๆจากการที่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE  ของวิทยาลัยว่า ตนเองได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคพังงาเมื่อปี 2555  ได้มีโอกาสเห็นรุ่นพี่ที่เป็นสมาชิกของชมรมพูดหน้าเสาธง หน้าเวที ทำให้อยากเป็นเหมือนพี่ๆบ้าง แต่ติดที่ตนเองมีปัญหาด้านการพูดเป็นคนพูดติดอ่าง พูดไม่ชัด ทำให้ไม่กล้าแสดงออก แต่ต่อมาได้มีโอกาสเปิดใจพูดคุยกับพี่ๆได้รับคำแนะนำจากพี่และครูที่ปรึกษา ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรม  TO BE NUMBER ONE  ของวิทยาลัยเทคนิคพังงา จึงมีโอกาสได้ร่วมทำกิจกรรมกับชมรมหลายอย่าง กิจกรรมของชมรมนอกจากจะช่วยสนับสนุนให้ตนเองได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เกิดความภาคภูมิใจและมองเห็นคุณค่าของตนเอง อันเป็นหนทางห่างไกลยาเสพติดแล้ว การทำกิจกรรมของชมรมยังทำให้ตนเองได้ฝึกความกล้าแสดงออก ฝึกทักษะการพูดจากการได้พบปะผู้คน พี่ๆในชมรมได้แนะนำว่าก่อนที่จะพูดให้ตนเองหาสคลิปต์ต่างๆมาฝึกอ่านออกเสียงและไปฝึกพูดที่หน้ากระจก ให้มีสติก่อนพูดและรวบรวมคำพูดนั้นออกมาก่อนที่จะพูด ทำให้ตนเองพูดได้คล่องขึ้น ตนเองฝึกฝนการพูดเช่นนี้มาประมาณ 3 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งได้รับโอกาสให้พูดหน้าเสาธงแทนรุ่นพี่ที่ไม่ได้มาสอบปลายภาค จึงพูดตามที่ได้ฝึกฝนมาและก็สามารถทำมันออกมาได้สำเร็จ จึงรู้สึกดีมากๆที่ได้ทลายกำแพงที่เป็ดจุดดำในใจตัวเองมาตลอด จากนั้นจึงมีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น จนสามารถพัฒนาตัวเอง สู่ความฝันในการเป็นนักพูดได้สำเร็จ “TO BE NUMBER ONE ช่วยเติมเต็มความฝันของเราได้ แค่อย่าน้อยใจในข้อบกพร่องของตัวเอง ขอเพียงเรามีความพยายามและกล้าที่จะทำมัน”

             ที่สำคัญคือการได้รับโอกาสจากพี่ๆจากครูที่ปรึกษาในชมรม TO BE NUMBER ONE ที่ให้ตนเองมีโอกาสได้ทำกิจกรรมต่างๆได้เป็นตัวแทนประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL ได้รับเลือกเป็นประธานชมรม TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยเทคนิคพังงา อยู่ 2 ปี ในช่วงปี 2558-2559 ได้เป็นคณะกรรมการดำเนินงานองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทยระดับภาคใต้และระดับประเทศ   โดยเฉพาะ TO BE NUMBER ONE ยังได้มอบโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้กับตนเอง คือการได้นำผลงานที่ทำกิจกรรมร่วมกับชมรม TO BE NUMBER ONE ไปประกวดโครงการนักศึกษาดีเด่นด้านคุณธรรมและจริยธรรมจนได้รับรางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ และยังได้รับรางวัลนักศึกษาพระราชทาน ปี 2559 ด้วย ทำให้ตนเองภาคภูมิใจอย่างมาก

              มะเดี่ยวยังบอกอีกว่า ความประทับใจที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกของชมรม TO BE NUMBER ONE อย่างแรกคือ  TO BE NUMBER ONE เหมือนบ้านอีกหลังของเรา เพราะเราอยู่แบบครอบครัวเดียวกัน ทั้งในกลุ่มเพื่อน รุ่นพี่ ครูที่ปรึกษา มีอะไรก็คอยตักเตือน ให้สติ และช่วยกันแก้ปัญหา อย่างที่สองคือได้รับความอบอุ่น ใครที่มีปัญหาเข้ามาปรึกษาพี่แกนนำ ก็จะได้รับคำแนะนำที่ดี ทำให้มีกำลังใจ และมีแรงสู้ต่อไป

               “ผมอยากบอกว่า TO BE NUMBER ONE  ได้ให้คุณค่าชีวิตกับตนเองเป็นอย่างมาก เช่นในตอนนี้ที่ตนเองอยู่ในวัยทำงานแล้วก็ได้นำประสบการณ์จากการเป็นสมาชิกTO BE NUMBER ONE มาปรับใช้ในการทำงานปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการทำงานเป็นทีม แม้จะมีอุปสรรคเราก็สามารถนำประสบการณ์การทำงานเป็นทีมมาปรับใช้ จนสามารถฟันฝ่าและผ่านไปได้ อยากฝากทุกคนว่าอย่าคิดเพียงว่า TO BE NUMBER ONE มีแค่เฉพาะการร้อง การเต้น แต่ TO BE NUMBER ONE มีมากกว่านั้น มีทั้งความอบอุ่น การให้โอกาส ให้ทุกคนได้เห็นคุณค่าของตนเอง ให้ทุกคนเป็นหนึ่งในแบบที่ตนเองเป็น ไม่จำเป็นต้องเรียนได้ที่หนึ่ง เพียงแต่เรามีกิจกรรมที่เราชอบ เราถนัดในสิ่งนั้นๆและเราสามารถเป็นหนึ่งได้ในด้านที่เราถนัด  อย่าปิดกั้นโอกาสของตัวเอง ควรแสดงศักยภาพของเราออกมาให้ทุกคนได้เห็น”


แชร์ข่าวนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น